คำแนะนำสำหรับการรายงานข่าวในสถานการณ์ฉุกเฉิน

|
ภาพ: Thai Navy Seal

คอลัมน์ "Ask a Mentor" (ถามผู้รู้) เป็นความร่วมมือระหว่าง J-Source และสมาคมนักข่าวแคนาดา

วัตถุประสงค์ของคอลัมน์นี้ คือการให้คำแนะนำแก่นักข่าว และนักศึกษาวารสารศาสตร์ที่อาจไม่ได้รับคำปรึกษาโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญ

ผู้อ่าน J-Source ขอคำแนะนำให้กับนักศึกษาวารสารศาสตร์สำหรับการรายงานข่าวเหตุการณ์ฉุกเฉิน และต่อไปนี้คือคำตอบของฮิวโก้ รอดริกัส (Hugo Rodrigues) ประธานสมาคมนักข่าวแคนาดา และเป็นบรรณาธิการบริหารของสแตนดาร์ต-ฟรีโฮเดอร์ ในเมืองคอร์นวอลล์

คำถาม:  คุณมีคำแนะนำอะไรสำหรับนักศึกษาวารสารศาตร์ที่กำลังรายงานข่าวสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ

ฮิวโก้ รอดริกัส:  การรายงานข่าวประเภทฉุกเฉิน อาจเป็นหนึ่งในงานที่ชวนตื่นเต้นติดตามที่สุดสำหรับนักข่าว  เพราะมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย มีทั้งภาพและคำพูดต่างๆ ที่ดึงดูดผู้ติดตาม ทั้งหมดทั้งมวลที่ถูกกระตุ้นด้วยอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมาเมื่อยืนอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน  ในฐานะนักข่าว การทำงานท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้อาจต่างกันมาก ระหว่างอยู่ท่ามกลางศูนย์กลางของเมืองใหญ่ กับในชุมชนเล็กๆ

ในฐานะนักข่าว ปกติคุณจะไม่ได้รับสิทธิ์ให้เข้าไปในสถานที่เกิดเหตุการณ์มากไปกว่าคนทั่วไปที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง  หมายความว่า การรายงานเกี่ยวกับทุกสิ่งที่คุณสามารถสังเกตจากสถานที่ภายนอก (เช่น ถนน, ข้างทาง, สวนสาธารณะ) นั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ คุณอาจตีสนิทกับชาวบ้านละแวกนั้น หากพวกเขายินยอมให้คุณเข้าไปในบริเวณบ้านของเขา คุณก็สามารถเก็บข้อมูลได้ด้วยเช่นกัน

ขณะที่กำลังเกิดเหตุการณ์อยู่นั้น จะมีบุคคลที่เป็นผู้รับผิดชอบควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด บุคคลนี้ (มักเป็นตำรวจ หรือบางครั้งเป็นพนักงานดับเพลิง หรือเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์) ที่รับผิดชอบในเรื่องความปลอดภัยของทุกคนที่มีสิทธิ์เข้าออกบริเวณที่เกิดเหตุการณ์ รวมทั้งนักข่าวและผู้สนใจทั่วไป

ขึ้นอยู่กับรูปการณ์นั้น และนักข่าวจะไม่ได้รับสิทธิ์ให้ทำข่าวเกินกว่าบริเวณที่ถูกกำหนดไว้ เพื่อกันทุกคนให้ออกจากบริเวณนั้นยกเว้นบรรดาผู้ควบคุมสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์

กรมตำรวจในเมืองใหญ่ๆ มักมีเจ้าหน้าที่สื่อมวลชนสัมพันธ์หรือชุมชนสัมพันธ์ ที่คุณสามารถติดต่อได้ และอาจให้สิทธิ์คุณเข้าไปในสถานที่เกิดเหตุหรือให้ข้อมูลแก่คุณ  หากไม่เช่นนั้น บุคคลที่มีอำนาจในเหตุการณ์ (เช่น นายตำรวจ, หัวหน้าทีมดับเพลิง หรือนายอำเภอ) เป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่คุณสามารถปรึกษาหารือหรือต่อรองสิทธิ์การเข้าไปในสถานที่เกิดเหตุได้

คุณไม่เสียอะไรในการที่จะแจ้งว่าคุณคือใคร และถามอย่างสุภาพว่าคุณสามารถผ่านเข้าไปใกล้กับสถานที่เกิดเหตุมากกว่านี้ได้หรือไม่

เป็นเรื่องสำคัญที่พึงรำลึกไว้ว่าบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เป็นมนุษย์และการปฏิบัติที่ดีที่สุดตามหลักจรรยาบรรณของเราจะบังคับเราในฐานะสื่อมวลชนในการที่จะนำเสนอภาพพวกเขาด้วยความเคารพและคำนึงถึงศักดิ์ศรี เพียงเพราะว่าคุณถ่ายภาพหรือเก็บภาพไว้ในโน๊ตบุ้คของคุณนั้น ไม่ได้หมายความว่าคุณจำเป็นต้องใช้มันหรือแบ่งปันให้ผู้อ่านผู้ชมของคุณ  "หากเกิดเลือดตกยางออก นั่นคือข่าวพาดหัว" ยังคงเป็นถ้อยคำที่สมเหตุผล แต่นักข่าวที่มีความรับผิดชอบนั้นเรียนรู้เส้นแบ่งระหว่างการนำเสนอข้อมูลที่จำเป็นเพื่อที่จะเข้าใจเรื่องราว กับการสร้างเรื่องให้ใหญ่โตหรือนำเสนอเพื่อสร้างความตื่นเต้นกับโศกนาฏกรรม

เราไม่ต้องการรายงานข่าวเพื่อที่จะฉวยประโยชน์จากผู้ที่เพียงอยู่ผิดที่ผิดเวลา นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่เราใคร่ครวญในฐานะนักข่าวซึ่งอาจไม่ได้เป็นอันดับแรกๆ ในใจสำหรับผู้ใช้สมารท์โฟนโดยเฉลี่ย

พึงรำลึกไว้ถึงความเป็นมืออาชีพ - คุณกำลังทำงานของคุณ ถ่ายรูปและบันทึกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์และข้อมูลสำหรับผู้อ่านผู้ชม ผู้ปฏิบัติงานในสถานการณ์ฉุกเฉินก็กำลังทำงานของพวกเขา ง่วนอยู่กับการจัดการเหตุการณ์และผู้ที่ได้รับผลกระทบ หากคุณไม่รบกวนการทำงานของพวกเขา และคุณเคารพพื้นที่ที่พวกเขาจำเป็นต้องทำงานให้ลุล่วง โดยปกติแล้วพวกเขาจะไม่ต่อต้านการที่คุณอยู่ตรงนั้นและงานที่คุณจำเป็นต้องทำให้ลุล่วง

ท้ายสุด เตรียมตัวเตรียมใจไว้สำหรับเวลาที่คุณทำงานลุล่วงแล้วในการรายงานเหตุการณ์เหล่านั้น นักข่าวจำนวนมากได้เห็นโศกนาฏกรรมที่คนทั่วๆ ไปจะไม่เคยพบเจอในชีวิต หลายคนจำเหตุการณ์ครั้งแรกเมื่อพวกเขาทำข่าวในสถานการณ์ที่เห็นผลพวงจากเหตุการณ์ร้ายแรงถึงชีวิต และมักไม่รื่นรมย์ เราเป็นเพียงมนุษย์ปุถุชนและเป็นเรื่องสำคัญที่จะตระหนักว่าสิ่งเหล่านี้ทิ้งบาดแผลไว้กับเราด้วยเช่นกัน

เกี่ยวกับฮิวโก้ รอดริกัส: งานประจำงานแรกในฐานะนักข่าวของเขา คือทำข่าวสายตำรวจ ข่าวฉุกเฉิน ของหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์เล็กๆ แห่งหนึ่ง ทางตอนเหนือของเมืองวอร์เตอร์ลู

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์ แปลจาก http://j-source.ca/article/ask-a-mentor-how-to-cover-police-fire-and-other-emergencies/