นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราหยุดจ่ายเงินสำหรับข่าวคุณภาพ

อวสานโลกสวยของชาวอเมริกัน

คุณบอกว่าคุณไม่ใช้ชีวิตแบบโลกสวย แต่หากคุณช็อคกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีเช่นเดียวกับฉัน คุณก็ยังอยู่ในโลกสวย หากคุณรู้สึกว่าโอเคและสงสัยว่าทำไมผู้คนถึงมีปฏิกิริยามากมายขนาดนี้ คุณก็มีชีวิตแบบโลกสวย หากคุณรู้สึกดีอกดีใจในตอนนี้ คุณก็อยู่แบบโลกสวยเช่นกัน  

ฉันไม่ได้ตัดสินคุณหรือการออกเสียงของคุณ บังเอิญว่าคนที่ฉันเลือกนั้นแพ้การเลือกตั้ง แต่แม้ว่าเธอจะชนะ ประเด็นของฉันก็ยังเหมือนเดิม การแบ่งแยกในอเมริกานั้นมีมากกว่าผู้ที่ลงแข่งเลือกตั้ง การแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งนี้เพิ่มความร้าวลึกให้กับการแบ่งแยกอย่างชัดแจ้งเกินกว่าจะปฏิเสธได้ ซึ่งก็มีอยู่ตลอดมา

มันไม่สำคัญอีกต่อไปว่าคุณจะโหวตให้ใคร เราต่างเลือกแล้ว สิ่งที่คุณต้องทำตอนนี้คือก้าวให้หลุดออกมาจากโลกมโนที่คุณเคยอยู่และหาความรู้ใส่ตัว

จ่ายเงินให้กับข่าวคุณภาพ

เราต่างรู้ดีว่าหนังสือพิมพ์และนักข่าวเริ่มไส้แห้งเพราะอินเตอร์เน็ตและความกระหายข่าวชนิดที่ไม่ต้องเสียเงินของเราเอง ลองคิดดูนะ อเมริกา? การจ่ายเงินซื้อข่าว หรือการลงทุนเพื่องานข่าวคุณภาพและสื่อที่เปิดเสรีคือสิ่งที่ทำให้พวกเราคงความเป็นประชาธิปไตยไว้ได้

มันไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญว่าการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ เช่นการเซ็นเซอร์และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ มักเกิดตามหลังการเผาหนังสือ เพราะรัฐบาลเผด็จการล้วนขัดขวางการเข้าถึงข้อมูล  หากเราไม่ใยดีกับแหล่งข่าวที่มีคุณภาพแล้ว ก็เท่ากับว่าเราได้ทำการขัดขวางนั้นด้วยตัวของเราเอง

ถามว่า สื่อเลือกข้างหรือไม่? แน่นอนสื่อเลือกข้าง และไม่ต่างจากตำราประวัติศาสตร์ทุกเล่มที่คุณอ่าน  สิ่งที่พวกเราต้องทำคือ เราต้องมีทักษะในการคิดเชิงวิพากษ์และรู้บริบททางประวัติศาสตร์เพื่อสังเกต มีส่วนร่วมและตอบสนอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่มีการศึกษาทำกันในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นคำตอบว่าทำไมเสรีภาพของสื่อกับเสรีภาพทางการแสดงออกนั้นต้องไปด้วยกัน

หากคุณไม่แน่ใจว่าจะเริ่มอย่างไร ลองทำตามข้อแนะนำต่อไปนี้

เลิกรับข่าวสารจากเฟสบุ๊ค 

เฟสบุ๊คเป็นหลายสิ่งหลายอย่างแต่ไม่ใช่แหล่งข่าว งานของเฟสบุ๊คคือทำให้คุณต้องคลิกไปเรื่อยๆ ด้วยการป้อนข้อมูลใหม่ๆ เข้ามา ดังนั้นคุณจะเห็นแต่เรื่องที่คุณต้องการเห็นเท่านั้น เปิดเฟสบุ๊คเพื่อคุยกับเพื่อนๆ แต่ถ้าคุณต้องการข่าว คุณต้องหาจากที่อื่น

สมัครรับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น

เรื่องนี้สำคัญ ฉันไม่สนว่าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของคุณจะไร้สาระอย่างไร ลองสมัครรับดู และไม่ต้องโทษพวกนักข่าวที่ทำงานหนักว่ารูปแบบธุรกิจหนังสือพิมพ์ของพวกเขาจะเจ๊ง นักข่าวเหล่านั้นไปทำข่าวการประชุมสภาเทศบาล ประชุมคณะกรรมการบริหารโรงเรียน และการประชุมรัฐสภา และรายงานข่าวกลับมาให้คุณได้รู้ หากไม่มีการตรวจสอบแบบนี้ พวกข้าราชการท้องถิ่นแย่ๆ อาจฮึกเหิม เพิ่มปัญหาคอรัปชั่นที่พวกเราเอือมระอา การมีสื่อผู้เฝ้าระวังจำนวนน้อย=คอรัปชั่นที่เพิ่มขึ้น 

นอกจากนี้ควรสมัครเป็นสมาชิกรายการวิทยุสาธารณะด้วย

สมัครรับหนังสือพิมพ์ระดับชาติ

เหตุผลทำนองเดียวกันนี้ใช้ได้กับนักข่าวระดับประเทศ พวกเขาทำงานเฝ้าระวังและรายงานข่าว พวกเราต้องตั้งคำถามอยู่เสมอ (หมายถึงไม่เชื่อในทุกสิ่งที่เราเห็นเฉพาะตรงหน้า) และต้องรับรู้ข่าวสาร  ระบอบประชาธิปไตยสมบูรณ์ขึ้นเมื่ออย่างน้อยเรายอมรับความจริง

การรับข่าวสารจากหนังสือพิมพ์ดิจิทัลก็เป็นสิ่งดี ฉันแนะนำให้พวกเราสนับสนุนการทำข่าว ไม่จำเป็นที่ต้องอยู่ในรูปของการพิมพ์บนกระดาษหนังสือพิมพ์เท่านั้น

อย่างน้อยอ่านข่าวเพิ่มจากสื่อสักแห่งที่ไม่ได้สะท้อนทัศนะทางการเมืองของคุณ

สำหรับฉันมันคือ Fox News  สำหรับคุณอาจเป็น Washington Post หรือ New York Times เราจำเป็นต้องเริ่มฟังความเห็นที่แตกต่างเพื่อที่เราจะสามารถพัฒนาการใช้ศัพท์แสงต่างๆ ร่วมกันเพื่อการสื่อสาร

หมายเหตุ: ฉันต้องการแหล่งข่าวคุณภาพที่ดีกว่านี้สำหรับสื่อฝ่ายอนุรักษ์นิยม –และยินดีรับข้อเสนอแนะ 

อ่านสื่อที่เน้นข่าวระหว่างประเทศด้วย

สหรัฐฯ ไม่ได้เป็นเกาะที่อยู่โดดเดี่ยว เราควรอ่านสิ่งที่คนในประเทศอื่นๆ พูดถึงหรือประสบบ้าง  ต้องเข้าใจว่าการทึกทักว่าเราเป็น “ประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก” นั้นหมายถึงเราต้องมีความรับผิดชอบในการหาความรู้เกี่ยวกับความผิดพลาดของเราเอง บทบาทของเราต่อโลก และชีวิตประจำวันของผู้คนในที่อื่นๆ ด้วย ต้องเข้าใจถึงอภิสิทธิ์ของระบอบประชาธิปไตย และผลกระทบต่อชีวิตของเราหากไม่มีประชาธิปไตย

เรียนรู้ที่จะแยกแยะข่าวปลอม

การโฆษณาชวนเชื่อไม่ใช่ข่าว จุดประสงค์เดียวของการโฆษณาชวนเชื่อคือการโน้มน้าว ไม่ไช่การให้ข้อมูล ลองเปรียบเทียบระหว่างการทดลองทางวิทยาศาสตร์แบบที่ผู้ถูกทดลองไม่ทราบข้อมูลที่แท้จริงและได้รับการทบทวนโดยผู้รู้ กับ “งานวิจัย” ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทใหญ่ คุณจะเชื่อถืองานชิ้นไหน? ทำการบ้านเพื่อแยกแยะระหว่างข่าวและการโฆษณาชวนเชื่อ

พูดคุยกับผู้คนในชุมชน

โซเซียลมีเดียและการงานที่ “ยุ่งเหยิงมากไป” เป็นข้ออ้างให้เราเลิกพูดคุยกับคนอื่นๆ ลองเชิญเพื่อนบ้านมาสังสรรค์ที่บ้านเดือนละครั้ง  หรือไปเป็นอาสาสมัครให้กับโรงเรียนหรือองค์กรท้องถิ่น ฟังโดยไม่ต้องพยายามโน้มน้าวผู้อื่น และเรียนรู้ผ่านการสนทนา  

มีน้ำใจไมตรีให้ผู้อื่นทุกวัน

ชายคนหนึ่งโบกมือยอมให้ฉันแซงคิว ความเอื้ออาทรในสายตาของเขาทำให้ฉันถึงกับร้องไห้  ลองคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างโหดร้ายมากในโลกนี้ หลายคนอาจหวาดกลัว โกรธแค้นหรือเลิกเชื่อสิ่งลวงตา คุณอาจไม่รู้สึกแบบนั้น แต่ต้องยอมรับว่ามีหลายคนรู้สึกแบบนั้น  เข้าใจคนอื่นบ้าง   ให้ทิปเพิ่มสักเล็กน้อย เอ่ยคำขอบคุณ การกระทำเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญและจะทำให้เรามีศรัทธาในการรับฟังซึ่งกันและกันเพื่อเราจะได้ก้าวต่อไปและทำเรื่องที่เราต้องทำ

ถึงเวลาที่ต้องจ่ายคืนแล้ว อเมริกา พวกเราล้วนได้ประโยชน์เมื่อเรายกระดับการถกเถียงเรียนรู้ในชาติแล้ว ลองจ่ายค่าสมาชิกให้กับแหล่งข่าวสารที่มีชื่อเสียงซึ่งนับเป็นการรณรงค์ที่เอื้อต่อระบอบประชาธิปไตย

Asha Dornfest เป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี มีผลงานในสื่อต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal, นิตยสาร Real Simple, และ นิตยสาร Parents

อารี ชัยเสถียร แปลจาก https://medium.com/@ashadornfest/this-is-what-happens-when-we-stop-paying-for-quality-journalism-9be9c8d49dea#.26yqqcack