เมื่อสื่อถูกหลอก

วิจารณญาณในการทำข่าว เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่นักข่าวและบรรณาธิการทุกคนควรต้องมีและใช้มันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้มั่นใจว่า “ข่าว” ที่จะนำเสนอสู่สังคมนั้นถูกคัดสรรแล้วว่านอกจากจะเป็นเรื่องจริงแล้วยังต้องมีประโยชน์และคุณค่าต่อสังคม แต่ปัจจุบันองค์ประกอบที่จำเป็นนี้ดูเหมือนจะหายากขึ้นเรื่อยๆ ในแวดวงคนทำข่าวโดยเฉพาะในยุคที่คนทำข่าวต้องแข่งกันนาทีต่อนาทีเพื่อให้นำเสนอเรื่องที่สด ใหม่ ให้ออกสู่ผู้อ่านเร็วที่สุด สถานการณ์เช่นนี้ถือได้ว่าเป็นสถานการณ์สากลไม่ได้จำกัดเฉพาะว่าเกิดขึ้นกับวงการข่าวของประเทศใด หรือสายข่าวใดเป็นการเฉพาะ

เมื่อไม่นานมานี้หนุ่มเยอรมันคนหนึ่งชื่อ John Bohannon ที่อ้างตนว่าเป็นนักข่าววิทยาศาสตร์ ได้ทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ขึ้นมาชิ้นหนึ่ง เป็นการทดลองทางคลินิกหรือการทดลองในมนุษย์ที่มีการทดลองจริง เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการกินช็อคโกแลตกับการลดน้ำหนัก แต่วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการทดลองที่ถูกต้องตามมาตรฐาน (คนละประเด็นกับคุณภาพการทดลอง) การทดลองทางคลินิกทุกอย่างของ John Bohannon นั้นมิได้ต้องการวัดผลในทางวิทยาศาสตร์แต่อย่างใด หากแต่ต้องการดูว่านักข่าวสายสุขภาพจะสามารถแยกระหว่างผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือออกจากผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่น่าเชื่อถือได้หรือไม่ อย่างไร โจทย์ของ Bohannon คือการทำให้ผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ชิ้นนี้เป็นข่าวให้ได้ไม่วาผลของการทดลองจะออกมาอย่างไร

 เพื่อทำการวิจัยนี้ Bohannon ได้คัดเลือกอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการทดลองด้วยการตรวจเลือดเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนที่เข้าร่วมโครงการมีเงื่อนไขทางสุขภาพที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้และแบ่งอาสาสมัครเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกให้กินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ กลุ่มที่สองกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำเหมือนกลุ่มแรกแต่ให้กินช็อคโกแลตดำ (dark chocolate) วันละ 1.5 ออนซ์ด้วย ส่วนกลุ่มที่สามเป็นกลุ่มที่ให้กินอาหารตามปกติ การวิจัยดำเนินไปเป็นเวลา 21 วัน ระหว่างนี้ผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนจะต้องชั่งน้ำหนัก ตอบแบบสอบถาม และตรวจเลือดเพื่อเก็บผลการศึกษา โดยมีการวัดผลถึง 18 ค่า เช่น คุณภาพการนอนหลับ ระดับคอเลสเตอรอล น้ำหนักตัว ระดับโซเดียม และโปรตีนในเลือดเป็นต้น ผลการทดลอง ปรากฏว่ากลุ่มทดลองทั้ง 2 กลุ่มที่ถูกควบคุมอาหาร สามารถลดน้ำหนักได้ 5 ปอนด์ แต่กลุ่มที่กินช็อคโกแลตดำด้วยสามารถลดน้ำหนักได้เร็วกว่ากลุ่มที่ไม่ได้กินช็อคโกแลตถึง 10% ส่วนกลุ่มที่สามซึ่งเป็นกลุ่มควบคุมไม่พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว Bohannon สรุปผลงานวิจัยของเขาทันทีว่าการกินช็อคโกแลตระหว่างควบคุมอาหารช่วยลดน้ำหนักได้ดีขึ้น และเตรียมตัวทำให้งานวิจัยชิ้นนี้เป็นข่าวให้ได้เหมือนที่ตั้งใจไว้

ด้วยความเป็นนักข่าวสายวิทยาศาสตร์ Bohannon ตระหนักอย่างยิ่งว่าแม้งานของเขาจะได้ผลการวิจัยที่ถือเป็นการค้นพบใหม่ (breakthrough) เกี่ยวกับคุณสมบัติของช็อคโกแลต แต่ก็ถือเป็นงานทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ขาดความน่าเชื่อถือ ทั้งเรื่องจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่มีขนาดน้อยเกินกว่าจะเรียกว่าให้ผลการวิจัยที่มีนัยสำคัญทางสถิติที่น่าเชื่อถือ ทั้งการขาดข้อมูลเกี่ยวกับโภชนาการของกลุ่มควบคุมระหว่างการทดลอง และการไม่ได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า peer-reviewed หรือการทบทวนตรวจสอบกระบวนการและผลการวิจัยโดยนักวิทยาศาสตร์ทีมอื่น ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงเพียงพอที่จะทำให้ผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของเขาชิ้นนี้ไม่สมควรได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่แต่อย่างใด แต่ Bohannon ก็สามารถทำให้ผลงานวิจัยของเขาได้รับการตีพิมพ์ได้ ไม่เฉพาะใน “วารสารวิทยาศาสตร์” แต่ยังเป็นข่าวในสื่อมวลชนแขนงต่างๆ กว่า 20 ประเทศ และถูกแปลเป็นภาษาต่างๆ อย่างน้อย 6 ภาษา รวมถึง Bild หนังสือพิมพ์รายวันที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในยุโรป (อ่านกระบวนการปั้นผลการทดลองที่ไม่มีความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ให้เป็นข่าวของ Bohannon ได้ใน http://io9.com/i-fooled-millions-into-thinking-chocolate-helps-weight-1707251800)


John Bohannon

หลังออกมาเปิดเผยกระบวนการปั้นข่าวของเขาผ่านทางเวบไซต์ io9.com ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากงานวิจัยของเขาได้รับการเผยแพร่แล้วร่วม 2 เดือน Bohannon ได้ให้สัมภาษณ์วอชิงตันโพสต์ (http://www.washingtonpost.com/news/morning-mix/wp/2015/05/28/how-and-why-a-journalist-tricked-news-outlets-into-thinking-chocolate-makes-you-thin/) ว่า “ผู้ที่ทำข่าวสายวิทยาศาสตร์สุขภาพควรจะต้องจัดการเรื่องนี้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์และนั่นควรเป็นสิ่งที่ต้องเริ่มต้นจากบรรณาธิการ หากคุณรายงานข่าวเกี่ยวกับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ คุณก็จำเป็นต้องได้อ่านผลการวิจัยนั้น คุณจำเป็นต้องคุยกับแหล่งข่าวที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ที่แท้จริง” Bohannon บอกว่าในบรรดาสื่อที่เอาผลการวิจัยของเขาไปเผยแพร่ต่อไม่มีใครทำในสิ่งเหล่านั้นเลยรวมถึงหนังสือพิมพ์ Bild ด้วย ที่เขียนข่าวโดยไม่ได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ ดร. Johannes Bohannon นักวิจัยผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการและสุขภาพเลย ทั้งนี้เขาบอกว่าหากนักข่าวจะเพียงแค่เสิร์ชเข้าไปในกูเกิ้ลก็จะพบว่า ดร. Johannes Bohannon นั้นไม่มีตัวตน เพราะมันคือชื่อสมมติที่เขาตั้งขึ้นมาด้วยการดัดแปลงชื่อจริงของตัวเอง และสถาบันโภชนาการและสุขภาพหรือ Institute of Diet and Health ก็เป็นเพียงชื่อเวบไซต์แห่งหนึ่ง Bohannon บอกว่ามีเพียงผู้สื่อข่าวคนหนึ่งจากรัฐโอไฮโอที่พยายามติดต่อเขาเพื่อขอสัมภาษณ์ “สิ่งที่ควรถาม” เช่น คำถามถึงข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันและข้อมูลของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งตัวเขาเองพยายามเบี่ยงเบนไม่ตอบคำถามจนสุดท้ายนักข่าวผู้นั้นก็เลิกติดต่อกับเขา และก็ไม่ได้เขียนรายงานข่าวเกี่ยวกับผลงานวิจัยของเขา

ขณะที่ Bohannon สร้างสถานการณ์ขึ้นมาเพื่อทดสอบวิจารณญาณของนักข่าวในการกลั่นกรองข่าว การกระทำของเขาเองก็ถูกตั้งคำถามกลับเช่นกันว่า เป็นการละเมิดจรรยาบรรณของสื่อมวลชนหรือไม่ที่จะสร้างเรื่องที่ไม่เป็นความจริงเพื่อหลอกล่อเพื่อนนักข่าวด้วยกัน และส่งผลถึงการนำเสนอข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงต่อคนทั้งโลก ซึ่งเขามีคำตอบในประเด็นนี้ว่า

“ผมไม่ได้หลอกลวงนักข่าว นอกจากชื่อของผม เมื่อพวกเขาถามผมในคำถามที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ของงานวิจัย ผมก็ตอบเขาอย่างตรงไปตรงมา” เขาย้ำว่า “ประเด็นทั้งหมดคือนี่คือการที่งานวิทยาศาสตร์ที่ไม่น่าเชื่อถือถูกมองว่าเป็นงานวิทยาศาสตร์ ‘จริง’ มันเป็นข่าวโดยที่ไม่ถูกตั้งคำถามด้วยคำถามที่ควรถามเลย”

ในเวบไซต์ io9.com เขายืนยันว่า “นอกเหนือจากประเด็นเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ งานวิจัยนี้เป็นของจริง 100 เปอร์เซ็นต์ ผมและเพื่อนคัดเลือกคนที่จะเข้าร่วมการวิจัยจริงที่เยอรมัน เราทำการทดลองทางคลินิกจริง โดยผู้เข้าร่วมการทดลองได้รับการแบ่งกลุ่มเพื่อด้วยวิธีการสุ่ม และคุณประโยชน์ที่มีนัยสำคัญทางสถิตของช็อคโกแลตก็ถูกคำนวณบนพื้นฐานของข้อมูลตัวเลขจริง”

ทั้งนี้ Bohannon ยืนยันว่าเขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีวุฒิปริญญาเอกจริง จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เพียงแต่ไม่ใช่ด้านวิทยาศาสตร์โภชนาการหากแต่เป็นชีววิทยาโมเลกุล

ไม่ว่า Bohannon จะทำการทดลองชิ้นนี้ด้วยแรงขับใดในใจ แต่ผลการทดลองของเขาก็สะท้อนให้เห็นว่า “วิจารณญาณ” เป็นสิ่งที่กำลังหาได้ยากในแวดวงคนทำข่าว อาจเพราะเหตุนี้ทำให้ในวันนี้เราได้เห็นข่าวหลายข่าวมีเนื้อหาไม่ต่างจากงานเขียนของนักประชาสัมพันธ์ที่จงใจก้าวข้ามรายละเอียดที่เป็นประโยชน์หรือสิ่งที่ควรถูกตั้งคำถาม  

เกี่ยวกับผู้เขียน  เพ็ญนภา หงษ์ทอง อดีตผู้สื่อข่าวประจำกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ เดอะ เนชั่น ปัจจุบัน ทำงานเขียน งานแปลอิสระ และเป็นบรรณาธิการร่วม มีเดีย อินไซต์ เอ้าท์