Skip to main content

สำนักข่าวฉาน..39 ปีของการใช้สื่อเพื่อการต่อสู้ทางการเมือง

คืนใส ใจเย็น บรรณาธิการสำนักข่าวฉาน เข้าร่วมกับขบวนการกู้ชาติไทยใหญ่ตั้งแต่ปี 1969  ห้าปีต่อมา เขาได้รับมอบหมายจากที่ประชุมใหญ่ของขบวนการกู้ชาติฯให้ทำหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ เขาจึงเริ่มต้นผลิตสื่อในลักษณะทีเรียกว่า “Wall newspaper” ด้วยการ เขียนข่าวใส่แผ่นกระดาษแล้วนำไปปิดไว้บนผนังในค่ายปางใหม่สูง ที่อยู่ตรงข้ามหมู่บ้านเปียงหลวง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเผยแพร่เจตจำนงของขบวนการกู้ชาติไทยใหญ่

ปี 1984 คืนใส ใจเย็น ได้รับมอบเครื่องพิมพ์ และมีบุคคลากรเพิ่มอีกหนึ่งคน คือ นายแสงเจิ้น สร้อยคำเฮิน มาช่วยคุมเครื่องพิมพ์และเรียบเรียงข่าว Wall newspaper จึงได้รับการพัฒนาจัดพิมพ์เป็นหนังสือขนาดเท่าหนังสือพิมพ์ทั่วไป ความหนา 12-16 หน้า ออกเผยแพร่รายเดือนมาตั้งแต่ปี 1984 โดยเริ่มต้นที่จำนวนพิมพ์ 500 เล่มต่อฉบับ  และเพิ่มจำนวนพิมพ์เป็น 3,000 เล่มมาตั้งแต่ปี 1995 และได้ยุติการพิมพ์ลงในเดือนพฤศจิกายน 2010 เนื่องจากขาดงบประมาณ

ปัจจุบัน สำนักข่าวฉานเผยแพร่ผ่านเว็บไซด์ www.shanland.org โดยจัดทำเป็น 4 ภาษา คือ ภาษาไทยใหญ่ พม่า อังกฤษ และไทย มีนักข่าวไทยใหญ่จำนวน 13 คน และเริ่มทำวิทยุเผยแพร่ออนไลน์ด้วย นอกจากนี้ สำนักข่าวฉานกำลังอยู่ระหว่างยื่นจดขอใบอนุญาตเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ในพม่า

คืนไส ใจเย็น ในวัย 65 ปียังคงรับหน้าที่เป็นบรรณาธิการ

                                               คืนใส ใจเย็น ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการสำนักข่าวฉาน

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:  เป้าประสงค์ของสำนักข่าวฉานต้องการให้ใครอ่านบ้าง

คืนใส ใจเย็น:       ตอนที่เป็น wall newspaper อยู่ก็เป็นเพียงให้ทหารของเรากับประชาชนที่อยู่รอบค่าย แต่หลังจากที่พวกผมได้ทำโรงพิมพ์แล้วก็แจกไปข้างในด้วย ข้ามแม่น้ำสาละวินเข้าไปในเขตที่ขบวนการกู้ชาติสามารถเข้าไปมีอิทธิพลได้ ตอนนั้นยังอยู่ฝั่งโน้น พิมพ์แล้วเราก็แจกเลย พิมพ์ 500 เล่ม

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:  นำเสนอเนื้อหาอะไรบ้าง

คืนใส ใจเย็น:       ผมเขียนข่าว บทวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลพม่า เป้าหมายของเราคือประชาชนกับทหารที่อยู่ในค่ายกับรอบๆค่าย ให้เขาอ่านแล้วเขามีความรู้สึกว่าเขาถูกละเมิดสิทธิยังไง เขาต้องทำยังไง

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:  ตอนที่ยังเป็น wall newspaper เนื้อหาเกี่ยวกับอะไร

คืนใส ใจเย็น:       ส่วนใหญ่ก็เป็นตอนนี้โลกเป็นยังไง พวกท่านเป็นยังไง ต้องปรับตัวอะไรบ้าง ตอนนี้พม่าทำกับเรายังไง เมื่อเดือนที่แล้วเกิดอะไรขึ้น การให้ข้อมูลและชักชวนให้พวกเขาตื่นตัว ลุกขึ้นสู้

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:  ตอนนั้นผลิตสื่อเพื่อทำหน้าที่กระบอกเสียงทางการเมืองเลยหรือ

คืนใส ใจเย็น:       ก็เป็นการโฆษณาชวนเชื่อแหละ แต่ว่าเราต้องใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงเป็นหลัก ช่วงนั้นทำจนถึง 1991 ทางฝ่ายขบวนการกู้ชาติก็บอกว่าให้คุณเป็นอิสระดีกว่า ถ้าคุณยังอยู่ภายใต้ขบวนการกู้ชาตินี่ ผลเสียอย่างหนึ่งคือคนจะให้เครดิตข้อมูลข่าวสารของคุณน้อยมาก ถ้าหากคุณเป็นอิสระแล้ว คุณจะสามารถช่วยเราได้มากกว่าคุณอยู่ภายใต้ข้อบังคับบัญชาของเรา

                             ขุนส่า อดีตผู้นำขบวนการต่อสู้ไทใหญ่ ผู้มีส่วนสนับสนุนสำนักข่าวฉานในยุคแรก

ตั้งแต่ 1991 เราก็จัดตั้งเป็นสำนักข่าวฉาน ขบวนการกู้ชาติฯให้เงินสนับสนุนอยู่ 4 ปี ก็มีเรื่องเปลี่ยนแปลง  ปี 1995 ขุนส่าตัดสินใจว่าจะวางอาวุธ หยุดต่อสู้กับพม่า ผมก็ไปหาแก เพราะผมได้อยู่กับแกประมาณ 10 ปีตั้งแต่ปี 1985-1995  ท่านไปแล้วผมจะทำยังไง “คุณก็สู้ต่อไปสิ” ท่านตอบอย่างนั้นเลย ผมดีใจมากเลย ผมนึกว่าแกจะชวนผมไปด้วย “ถ้าผมมีเงินทุนเมื่อไรผมจะส่งไปให้” แกพูดอย่างงั้น เรื่องเงินนี่ผมไม่ว่าหรอก แกอนุมัติให้ผมออกไปก็พอใจแล้ว ผมกับคุณแสงเจิ้นหลังได้รับอนุมัติแล้วก็ออกมา เข้ามาถึงแม่ฮ่องสอน ทางด่านแม่ฮ่องสอนเขาเปิดให้ พวกผมขับรถออกมานะ รถป้ายทะเบียนไทยไม่มีปัญหา เป็นวันที่ 2 มกราคม1996

พวกผมออกมาก็เจอกับคุณพิพพา [Pippa Curwen  ผู้อำนวยการ Burma Relief Centre] แกก็ช่วยผมมาตลอดตั้งแต่ปี 1991 แกบอกว่าคุณสมควรที่จะทำต่อ แต่ต้องเปลี่ยนสไตล์ของคุณ ผมถามทำไมหรือ ข้อมูลของคุณดีมาก แต่สไตล์ของคุณไม่ดี ไม่ใช่สไตล์ของนักข่าว เป็นสไตล์ของนักสู้ พม่าไม่ดีให้คนอื่นเขาพูดสิ อย่าให้คุณพูด คุณพิพพานี่พ่อเป็นฝรั่ง แม่เป็นน้องสาวของเจ้าฟ้าเชียงตุงองค์สุดท้าย แกก็ชักชวนพรรคพวกเรามาจัด workshop ให้ผมอยู่สองวัน เปลี่ยนสไตล์ของพวกผม

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:  การทำสื่อที่อยู่ภายใต้ขบวนการกู้ชาติฯ กับการแยกออกมาเป็นอิสระ ต่างกันอย่างไร

คืนใส ใจเย็น:       เขาจะไม่บังคับเลย คุณอยากเขียนอะไรก็เขียนไป

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:  ตอนที่อยู่กับขบวนการฯเป็นอย่างไร

คืนใส ใจเย็น:       เขาก็ดูอยู่ เราเขียนทุกอย่างว่าเราคิดเป็นอย่างไร เราก็เขียนไปหมด แต่ตอนนั้นเป็นแบบเซ็นเซอร์ตัวเอง เป็นยุคเซนเซอร์ตัวเอง

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:        เพื่อไม่ให้ขัดแย้งกับขบวนการกู้ชาติฯหรือ

คืนใส ใจเย็น:       ความจริงเขาไม่เคยเซ็นเซอร์หรอก แต่ตั้งแต่เป็นอิสระมาเราก็สำนึกได้ว่าต้องใช้ระบบเซ็นเซอร์ตัวเองไปก่อน

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:  เรื่องอะไรที่จะเซ็นเซอร์ตัวเอง

คืนใส ใจเย็น:       บางอย่างนี่ชาวบ้านเขาร้องเรียนมาเกี่ยวกับขบวนการกู้ชาติฯ เราไม่เผยแพร่ เราส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ขบวนการไปแก้ไข แต่เราไม่บอกว่ามาจากใคร

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:  เมื่อเป็นอิสระแล้ว ทุนมาจากไหน

คืนใส ใจเย็น:       ส่วนใหญ่ยังมาจากขบวนการกู้ชาติฯ แต่ขณะเดียวกันก็เริ่มได้รับเงินทุนจากต่างประเทศ จากแคนาดา เป็นเอ็นจีโอที่เจ้าหาญ ยองห้วย จัดตั้งไว้ ปัจจุบันเจ้าหาญเป็นผู้อำนวยการ Euro Burma Office เจ้าหาญเป็นน้องชายของเจ้าช้าง ยองห้วย เจ้าช้างเป็นผู้นำของผม ผมนับถือมาก ท่านสิ้นไปแล้วเมื่อปี 2004

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:  มองว่าตัวเองเป็นนักข่าวหรือเป็นนักสู้

คืนใส ใจเย็น:       ผมยังเป็นนักสู้อยู่ แต่ก่อนนี้ผมสู้ด้วยปากกาข้างหนึ่ง อาวุธ-ปืนข้างหนึ่ง แต่ตอนนี้ปากกาข้างหนึ่ง คอมพิวเตอร์ข้างหนึ่ง

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:  ยังใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการเคลื่อนไหวอยู่

คืนใส ใจเย็น:       ใช่ ผมไม่เคยปิดบัง ผมเป็นนักสู้ ก็เพราะว่าเราสู้ทางการเมืองมาก็นานแล้ว สู้ทางการทหารมาก็นานแล้ว ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร เราเปิดแนวรบใหม่ ใช้สื่อ

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:  ณ วันนี้เราใม่ใช่สื่อของขบวนการกู้ชาติแล้ว เราเป็นสื่อของใคร

คืนใส ใจเย็น:       เราอยู่ในขบวนการกู้ชาติอยู่ เป้าหมายของเราคือสิทธิในอัตวินิจฉัย right of self determination ไม่จำเป็นต้องให้ขบวนการกู้ชาติมากำหนด อยากให้คนไทยใหญ่ได้ตัดสินใจชะตากรรมของตัวเอง เพราะว่าพวกเราเห็นว่าพม่านี้เป็นศัตรูภายนอก ศัตรูภายในก็คือ ignorance ความไม่รู้ของตัวเอง เราต้องเอาชนะความไม่รู้ของตัวเอง

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:  เมื่อมาทำเว็บไซต์ ใครเป็นคนดูแลต้นฉบับก่อนเอาเรื่องขึ้นเว็บไซต์

คืนใส ใจเย็น:       ภาคภาษาไทยผมไม่ต้องดูแล้ว แต่ไทยใหญ่กับพม่าผมยังต้องดู เพราะคนเขียนเป็นคนใหม่ เขาไม่รู้ประวัติที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ดู เขาเขียนไปบางอย่าง ประวัติไม่ถูกต้อง

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:  กลุ่มเป้าหมายของภาคภาษาอังกฤษคือใคร

คืนใส ใจเย็น:       อังกฤษนี่ ถ้าเราไม่เขียน เราจะได้เงินจากไหน เป้าหมายอันดับแรกคือ funding เรายังทำงานอยู่ เราก็ต้องดูว่าสิ่งที่พวกเขาจะสนใจ ทาง funders กับโลกภายนอกเขาจะสนใจอะไร ส่วนใหญ่ผมจะเขียนเอง มีคนไทยใหญ่ที่อยุ่ต่างประเทศหลายคนเขาก็อ่าน เป้าหมายของสำนักข่าวฉาน อันดับหนึ่งทำเพื่อคนไทยใหญ่ แต่เขียนภาษาไทยใหญ่อย่างเดียวไม่พอ เพราะคนไทยใหญ่อ่านไทยใหญ่ไม่เป็น อย่างในรัฐฉาน คนที่ไม่ได้เป็นไทยใหญ่มีเยอะ เราจะเขียนภาษาพม่าให้เขาอ่าน

อีกอย่างคือ เรามาอยู่กับไทย เราให้คนไทยเข้าใจด้วย ถ้าคนไทยเข้าใจ เราก็สามารถอยู่ได้โดยไม่มีปัญหามาก อย่างเช่นตอนนี้ทางฝ่ายความมั่นคงไทย เขาก็ปรึกษาหารือบ่อย เพราะว่าเราออกข่าวไง ทำให้พวกเขาเข้าใจปัญหาพม่ามากขึ้น ภาษาอังกฤษนี่ อันดับหนึ่งเป็นเรื่องเงิน เรื่องงบประมาณ แต่อันดับสอง เราก็ต้องการให้พวกเขาทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเดินทาง เราก็ให้คนอื่นเขาเขียน แต่ถ้าไม่ได้เดินทางเราก็ต้องมาเขียนเอง เพราะเรารู้ว่าต้องเขียนให้พวกฝรั่งเขาเข้าใจอะไรบ้าง แต่คนที่อยู่ที่นี่ส่วนใหญ่เขาจะดูภาคภาษาไทยใหญ่ เขาจะมาแปลเท่านั้นเอง โดยไม่มีเป้าหมายว่าให้ฝรั่งเข้าใจยังไง ไม่มีเลย

                                    การ์ตูนล้อการเมืองของสำนักข่าวฉาน

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:  ปัจจุบันความสัมพันธ์ของสำนักข่าวฉานกับขบวนการกู้ชาติฯเป็นอย่างไร

คืนใส ใจเย็น:       ก็ยังดีอยู่ แต่มันก็ธรรมดา พวกเขาก็บ่นว่าทำไมเขียนอย่างนี้ โทรศัพท์มาบ่นก็มี บางครั้งหนังสือพิมพ์ที่ผมส่งไป พวกเขาไม่ยอมแจกให้ ก็มี     หลังปี 2011 เรื่องขบวนการสันติภาพเริ่มต้น เพราะฉะนั้นเราก็ตระหนักว่าไม่อยากให้ใครกระทบกระเทือน บางสิ่งบางอย่างราก็พูดกับเขาโดยตรง ไม่ว่าทางฝ่ายพม่าหรือฝ่ายไทยใหญ่ บางสิ่งบางอย่างเราก็ต้องเขียน เช่นทำไมรัฐบาลพม่ามีงบประมาณสำหรับทำสงคราม แต่ไม่มีงบประมาณสำหรับทำสันติภาพ

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:  ในฐานะสื่อ เราเข้าไปเกี่ยวพันกับกระบวนการนี้ได้อย่างไร แบ่งบทบาทอย่างไร

คืนใส ใจเย็น:       พวกเขาบอกว่าให้เราเป็นที่ปรึกษาของ SSA [Shan State Army –กองทัพรัฐฉาน] แต่ไม่ได้หมายความว่าผมต้องเห็นด้วยกับเขา หรือเขาเห็นด้วยกับผม แต่มีหลายอย่างที่ผมรู้แล้วเขาไม่รู้ เขาอยากจะได้ความรู้จากผม

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:  ตอนนี้สื่อที่เป็น political voice ของพม่ามีอีกเยอะไหม

คืนใส ใจเย็น:       ก็มีอยู่ ในตอนนี้มีกลุ่มสัมพันธมิตรที่ตั้งไว้ Burma News International ตั้งไว้ตั้งแต่ปี 2004 ยังแอคทีฟอยู่ จะมี 11 กลุ่ม มีพม่าสองกลุ่ม คือมิซซิม่า กับ Network Media Group มีมอญสองกลุ่ม

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:  เปรียบเทียบกับสื่อแบ่งสีของไทยได้ไหม อย่างไรบ้าง

คืนใส ใจเย็น:       มันต่างกัน ตั้งแต่ทำตอนแรกเราก็ถือตามสุภาษิตของพระพุทธเจ้าว่า มีคำพูดสองคำพูดที่เราใช้ หนึ่งคือ คำพูดที่จริง true สองก็คือมีประโยชน์ที่เราต้องการ สามก็คือคนอื่นเขาชอบฟัง แล้วอีกข้อหนึ่งก็คือ true, beneficial แล้วก็ที่คนไม่ชอบ  ผมก็เอาตามนั้น

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:  หมายถึงอันไหน

คืนใส ใจเย็น:       เป็นความจริง แล้วมีประโยชน์ ใครจะชอบหรือไม่ชอบ ต้องเขียน

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:  ถ้าถูก เป็นความจริง แล้วไม่มีประโยชน์ จะเขียนไหม

คืนใส ใจเย็น:       ถ้าไม่มีประโยชน์จะไปเขียนทำไม อย่างเช่น ผมมีลูกสามคน มีหลานอยู่หนึ่งคน ไปเขียนทำไม

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:  ใครเป็นคนตัดสินว่ามีประโยชน์

คืนใส ใจเย็น:       สิ่งที่เป็นเป้าหมายที่เราต้องการ นี่คือประโยชน์ของเราไง ประโยชน์สำหรับคนไทยใหญ่

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:  คิดว่าอะไรทำให้ Shan News อยู่มานานได้ขนาดนี้

คืนใส ใจเย็น:       อันดับแรกคือ เขาต้องการข้อมูลข่าวสาร สิ่งที่เขาต้องการ เราป้อนให้ ไม่เพียงเว็บไซด์ ตอนนี้เรามีเฟซบุ๊ซด้วย ทวิตเตอร์ด้วย บล็อกด้วย เพราะส่วนใหญ่ชาวไทยใหญ่เขาจะไม่เปิดเว็บไซด์ เขาจะไปเปิดบล็อก ทวิตเตอร์ นอกจากนั้น เขาก็จะเชิญไปบรรยาย ไม่เพียงแต่ในหมู่ไทยใหญ่ กะเหรี่ยง พม่าเขาก็เชิญ

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:  สื่อที่เป็นการเมืองยังจำเป็นต้องมีอยู่ไหม

คืนใส ใจเย็น:       ต้องมีอยู่ ส่วนใหญ่คนไทยใหญ่หรือคนพม่าจะคิดกันว่าคนไทยมาทะเลาะกันโดยไม่จำเป็น ถ้าเราได้อิสรภาพแบบไทยแล้ว ไม่จำเป็นต้องต่อสู้แล้ว

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:  ยังเป็นบรรณาธิการอยู่

คืนใส ใจเย็น:       ผมจะรับผิดชอบด้านภาษาอังกฤษเท่านั้น อย่างอื่นยกให้เขาไป แต่ผมก็จะช่วยดูแลอยู่เดือนตุลาคมนี่ปีงบประมาณใหม่ของ Shan News จะเริ่มต้นแล้ว ผมจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องบริหารทั้งหมด ตอนนี้มีคนหนุ่มๆ มาแทน 2 คน คนหนึ่งจบจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ด้านมัลติมีเดีย พวกเขาก็เสนอว่าปีหน้าเราจะเน้นทางวิทยุกระจายเสียง ตอนแรกก็ต้องเป็นภาษาไทยใหญ่ไปก่อน ภาษาพม่า ภาษาไทย ภาษาอังกฤษไว้เสริมทีหลัง เป็นคนหนุ่มไฟแรง ผมบอกว่าเสือเฒ่าจะลากรถเก่าคันนี้ไม่ได้แล้ว ต้องเป็นเสือหนุ่มแล้วก็ลากรถคันใหม่ ทางด้านการข่าว ผมก็ยังช่วยดูแลอยู่

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์:  สำนักข่าวฉานเป็น professional media ไหม

คืนใส ใจเย็น:       เป็น ข่าวเป็นอาวุธของเรา

สำนักข่าวฉาน..กับการต่อสู้ทางการเมือง