Skip to main content

                                       ขอบคุณภาพจากบีบีซี

ความตายของผู้หญิงคนหนึ่ง กับความไม่รับผิดชอบของสื่อมวลชนกระแสหลักระดับโลก ได้ผลักชีวิตผู้หญิงอีกคนหนึ่งไปสู่ชะตากรรมที่เธอบอกว่า “ชีวิตฉันเหมือนดั่งใบไม้ที่ปลิดปลิวอยู่ในอากาศ”

ชีวิตสงบเรียบง่ายของ Neda Soltani อาจารย์สอนวรรณคดีในมหาวิทยาลัยในประเทศอิหร่านต้องเปลี่ยนไปแบบฉับพลันทันทีหลังที่สื่อสำนักต่างๆนำเสนอรายงานข่าวเหตุการณ์ที่นักศึกษาสาววัย 26 ปี ชื่อ Neda Agha-Soltan ถูกยิงเสียชีวิตในระหว่างการชุมนุมที่กรุงเตหะรานในเดือนมิถุนายน 2009 

ความตายของ Neda Agha-Soltan เป็นข่าวไปทั่วโลก สำนักข่าวต่างประเทศแทบทุกแห่งรายงานข่าวนี้กันอย่าง “ละเอียด” โดยมี footage เหตุการณ์ที่เธอถูกยิงล้มลงบนถนน เลือดอาบและสิ้นใจในที่สุด  พร้อมแพร่ภาพของหญิงสาวคนหนึ่งที่ถูกระบุว่าคือ Neda Agha-Soltan ไปพร้อมกันด้วย  นอกจากนั้นขบวนการเคลื่อนไหวต่อต้านอำนาจรัฐได้นำภาพใบหน้าหญิงสาวที่มีการเผยแพร่อยู่บนสื่อมาพิมพ์เป็นโปสเตอร์แจกจ่ายให้ผู้ชุมนุมในการเดินขบวนต่อต้านรัฐ ภาพของเธอถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์ของการลุกขึ้นสู้ของประชาชนอิหร่าน

และนั่นคือจุดเปลี่ยนชีวิตของ Neda Soltani จากอาจารย์สาวผู้กำลังมีอนาคตรุ่งโรจน์อยู่ในสถาบันการศึกษาของอิหร่านไปสู่ฐานะ “ผู้ลี้ภัย”ที่ไม่อาจย้อนคืนแผ่นดินแม่

Neda Soltani บอกว่า เมื่อมองย้อนกลับไป คนที่ฉันโกรธมากที่สุดคือพวกนักข่าวตะวันตก พวกเขายังคงใช้ภาพของฉันทั้งๆที่พวกเขารู้แล้วว่านั่นไม่ใช่ภาพของเหยื่อที่ปรากฏอยู่ในวีดีโอ พวกเขาทำให้ฉันตกอยู่ในอันตรายอย่างที่สุดทั้งๆที่รู้

เหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตของเธอเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 21 มิถุนายน 2009

“ฉันไปถึงที่ทำงานเช้าตรู่ เมื่อเปิดอีเมล์ฉันได้รับ “คำร้องขอเป็นเพื่อน” จากผู้เล่นเฟซบุ๊คจำนวน 67 คน ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาฉันได้รับคำร้องขอเป็นเพื่อนเพิ่มอีก 300 คน ฉันไม่รู้เลยว่าตอนนั้นรูปและชื่อของฉันไปปรากฏบนเว็บไซด์และรายงานข่าวทางโทรทัศน์ทั่วโลกแล้ว”

วันเดียวกัน เธอได้รับอีเมล์หนึ่งฉบับที่มาจากคนที่เธอไม่เคยรู้จัก

“สิ่งที่ฉันทราบจากจากอีเมล์นี้ คือ ก่อนหน้านี้หนึ่งวันมีเด็กสาวชื่อ Neda Soltani ซึ่งคือชื่อของฉัน ถูกสังหารกลางถนนในกรุงเตหะราน เมื่อไม่มีข้อมูลใดที่สามารถให้รายละเอียดเกี่ยวกับเธอผู้นี้ได้ เจ้าของ     อีเมล์นี้กำลังพยายามที่จะค้นหาเธอจากเฟซบุ๊ค...”

อาจารย์สาวยังได้รับโทรศัพท์จากนักศึกษา เพื่อนร่วมงาน และญาติมิตร พวกเขาบอกว่าเห็นภาพของเธอจากข่าว CNN, Fox News ฯลฯ รวมทั้ง Farsi ทีวีของอิหร่าน

“สำนักข่าวต่างประเทศเอาภาพของฉันที่โพสต์บนเฟซบุ๊คไปใช้ประกอบ footage ที่รายงานข่าวการตายของ Neda Agha-Soltan”

 ขอบคุณภาพจาก http://i.thestar.com/images/1f/26/ddcbb1614925b4c7b5a2cb569577.jpg

อาจารย์ Neda Soltani พยายามแก้ไขสถานการณ์ด้วยการยืนยันรับคำร้องขอเป็นเพื่อนของทุกคนทางเฟซบุ๊ค ในจำนวนนี้มีนักข่าวต่างชาติและบล็อกเกอร์รวมอยู่ด้วยหลายคน เธออธิบายให้พวกเขาฟังว่าเธอใม่ใช่คนเดียวกับเด็กสาวที่ถูกยิงตาย

บล็อกเกอร์บางคนโพสต์แก้ข่าวให้ แต่พวกนักข่าวที่ได้รับข้อความจากฉันนั้นไม่มีปฏิกิริยาใดตอบรับเลย รูปของฉันยังคงถูกนำไปใช้อีก

ครอบครัวของ Neda Agha-Soltan นักศึกษาสาวที่เสียชีวิตนั้นยังคงช็อคอยู่กับการจากไปอย่างกะทันหันของเธอ กว่าที่ทางครอบครัวจะเอารูปถ่ายของ Neda Agha-Soltan ผู้เสียชีวิตมาแสดงกับสาธารณะนั้น เหตุการณ์โกลาหลในชีวิตของ Neda อีกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ผ่านไปสองวันแล้ว

“ถึงตอนนั้นภาพถ่ายของฉันก็ถูกเชื่อไปแล้วว่าเป็นโฉมหน้าของเธอ [Neda Agha-Soltan] ทั้งขบวนการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐฯและทั้งสื่อมวลชนเอาภาพนี้ไปใช้คู่กับภาพศพของ Neda ที่ตาย"

แม้ว่า Agha-Soltan บอกว่าเป็นเรื่องตลกที่เห็นความผิดพลาดใหญ่หลวงนี้มาจากรูปถ่ายธรรมดาๆบนเฟซบุ๊ค แต่เธอขำไม่ออก เธอบอกว่ามันเป็นเรื่องช็อคความรู้สึกของเธอมากเช่นกันที่เห็นใบหน้าของตัวเองคู่กับภาพเหตุการณ์ความตายของ Agha-Soltan  เมื่อเห็นฝูงชนเดินขบวนไปพร้อมกับการชูภาพใบหน้าของเธอ นำไปวางที่แท่นบูชาแล้วจุดเทียนรำลึก  เธอบอกว่า “ฉันรู้สึกเหมือนกำลังนั่งดูพิธีศพของตัวเอง”

ขอบคุณภาพจาก http://www.foreignpolicy.com/articles/2010/06/14/neda_lives

เมื่อเป็นข่าวไปทั่วโลก รัฐบาลอิหร่านมิอาจนิ่งอยู่ได้ มีเจ้าหน้าที่หน่วยราชการลับมาเชิญตัวอาจารย์  Neda Soltani ไปพบเพื่อขอความร่วมมือ รัฐบาลฯต้องการที่จะทำให้สังคมโลกเข้าใจว่าไม่มีการตายของ Neda Agha-Soltan แต่เป็นเรื่องโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายต่อต้าน เจ้าหน้าที่ทางการต้องการให้เธอบอกว่าภาพใบหน้าที่ถูกเอาไปใช้อยู่นั้นไม่ได้เอามาจากเฟซบุ๊คของเธอ แต่เป็นภาพที่ถูกเผยแพร่ออกมาโดยสหภาพยุโรป อังกฤษ และอเมริกา

Neda Soltani ปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือ และนั่นทำให้เธอตกอยู่ในความเสี่ยงยิ่งขึ้นโดยทันที เธอถูกข่มขู่จากเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อนๆและเพื่อนร่วมงานหลายคน รวมทั้งแฟนหนุ่มของเธอตัดขาดการติดต่อกับเธอเพราะเกรงว่าจะติดร่างแหอันตรายจากอำนาจรัฐไปด้วย เพื่อนๆที่ยังกล้าคบหาเธออยู่เตือนให้เธอคิดแผนสำรองไว้

“แต่ฉันไม่เชื่อพวกเขา ฉันมีความกังวลใจและรู้สึกหวาดกลัว ฉันเพียงแต่ไม่อาจเชื่อได้ว่ารูปใบเดียวจะทำลายชีวิตทั้งชีวิตของฉันได้”

แต่ในที่สุดเธอต้องตัดสินใจหนี

“ครั้งหลังสุดที่เจ้าหน้าที่ฯมาที่บ้านฉัน พวกเขาพาฉันออกมาจากบ้านโดยไม่ยอมให้ฉันพาใครหรือเอาอะไรติดตัวมาด้วยเลย พวกเขากล่าวหาว่าฉันทรยศต่อความมั่นคงของรัฐ ฉันถูกสั่งฟ้องด้วยข้อหาว่าเป็นสายลับให้ CIA และต้องเซ็นชื่อในคำรับสารภาพ ฉันรู้ดีว่าข้อกล่าวหาเช่นนี้อาจจบลงด้วยโทษประหารชีวิตในอิหร่าน”

ด้วยความช่วยเหลือของเพื่อนและเงินติดสินบนจำนวนสูงกว่าสี่แสนบาทที่จ่ายให้เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยที่สนามบิน Neda Soltani จึงสามารถหนีออกจากอิหร่านมาได้ จุดหมายปลายทางแห่งแรกของเธอคือตุรกี จากนั้นไปที่กรีซ และเยอรมัน รัฐบาลเยอรมันส่งเธอไปอยู่ที่ค่ายผู้ลี้ภัยและต่อมาพิจารณาให้สถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองกับเธอ

“ทั้งหมดเกิดขึ้นภายใน 12 วัน ในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ ชีวิตของฉันเปลี่ยนจากครูสอนวรรณคดีภาษาอังกฤษที่มีชีวิตแสนจะเรียบง่าย กลายเป็นคนที่ต้องหลบหนีจากถิ่นฐานบ้านเกิด”

ปัจจุบัน Neda Soltani อายุ 35 ปี ลี้ภัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เธอไม่มีโอกาสได้พบกับสมาชิกในครอบครัวของเธอที่อิหร่านอีกเลยนับตั้งแต่จากมา เจ้าหน้าที่รัฐฯยังคงกล่าวหาว่าเธอคือ Neda Agha-Soltan และเธอกุเรื่องความตายนี้ขึ้นมาเอง

“ฉันยังคงรู้สึกหดหู่และทุกข์ทรมานจากฝันร้าย”

โศกนาฏกรรมชีวิตของ Neda Soltani เกิดขึ้นหลังที่สื่อสำนักต่างๆนำภาพจากเฟซบุ๊คของเธอไปเผยแพร่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าและไม่ยอมแก้ไขทั้งๆที่รู้ว่าข้อมูลที่ได้มานั้นผิดพลาด

เรียบเรียงจาก Neda Soltani: 'The media mix-up that ruined my life'

http://www.bbc.co.uk/news/magazine-20267989

 

 

 

 

Neda Soltani กับชีวิตที่พังภินท์เพราะสื่อ