ซีป้าประณามมติ กสทช. ที่สั่งพักใบอนุญาตออกอากาศของวอยซ์ทีวี เป็นเวลา 7 วัน

สมาคมเครือข่ายสื่อมวลชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีป้า) เห็นว่า มติของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นการกระทำที่น่าตำหนิอย่างยิ่ง ในขณะที่ประเทศไทยอ้างว่ากำลังมุ่งสู่การปรองดองและความปกติสุข

การสั่งพักใช้ใบอนุญาตของสถานีโทรทัศน์ วอยซ์ทีวีเป็นเวลา 7 วัน เป็นการลงโทษที่รุนแรงเกินสัดส่วนอย่างมาก สำหรับการนำเสนอเนื้อหาที่ยังอยู่ในขอบข่ายที่สถานีมีสิทธิ์นำเสนอ  การปิดทั้งสถานีและระงับรายการทุกรายการถือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ

มตินี้สะท้อนการใช้อำนาจมหาศาลที่ กสทช. ได้รับมอบจากระบอบเผด็จการทหารเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2559 ซึ่งเมื่อย้อนพิจารณาถึงการสั่งระงับรายการโทรทัศน์ และการสั่งพักงานของผู้ดำเนินรายการหลายคน มติเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงอำนาจการควบคุมสื่อของกสทช. ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่า กสทช.กลายเป็นหน่วยงานเซ็นเซอร์สื่อกระจายเสียงของไทยไปแล้ว 

การสั่งปิดสถานีโทรทัศน์ วอยซ์ทีวี คือเป็นการคุกคามเสรีภาพการแสดงความเห็น ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ไม่สามารถล่วงละเมิดได้ของสิทธิในการแสดงออก

เสรีภาพสื่อเป็นเครื่องรับประกันว่า ข่าวและรายการสาธารณะจะช่วยอำนวยให้เกิดการแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นที่เป็นประโยชน์สาธารณะ ซึ่งเป็นอิสระจากการแทรกแซงของรัฐ

มติการควบคุมการออกอากาศนี้เป็นการตอบสนองต่อคำร้องเรียนที่คณะกรรมการเพื่อติดตามการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ขอให้ตรวจสอบการออกอากาศของรายการจำนวน 3 รายการของสถานีโทรทัศน์ วอยซ์ทีวีที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 15 และ 20 มีนาคม 2560 ซึ่งมีประเด็นเกี่ยวกับการใช้อำนาจทหารกรณีปิดวัดพระธรรมกาย, การเรียกเก็บภาษีเพิ่มจากอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร, การยึดอาวุธแกนนำเสื้อแดง, การวิสามัญฆาตกรรมนักปกป้องสิทธิมนุษยชนชาวลาหู่ และการใช้อำนาจข่มเหงโดยเจ้าหน้าที่ทหาร และเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของทหาร กรณีบ่อนคาสิโนในเขมร บนพื้นที่ทับซ้อนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

กสทช. เห็นว่า เนื้อหาของรายการดังกล่าวไม่เป็นกลางและมีอคติ พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ ประธานคณะอนุกรรมการกำกับผังรายการและเนื้อหารายการ กสทช. กล่าวว่า วอยซ์ทีวีกระทำผิดซ้ำซาก ซึ่งละเมิดมาตรา 37 ของพ.ร.บ. กิจการวิทยุและโทรทัศน์ และคำสั่งของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่  97/2014 และ 103/2014 เป็นเวลา 10 ครั้ง ในปี 2559 และ สองครั้งในปี 2560 โดยพล.ท.พีระพงษ์ระบุว่า  “เป็นความผิดในแพทเทิร์นเดิม ซ้ำซาก แต่ก็ไม่ได้ปรับปรุงไปจนถึงมาตรฐาน” ตามความเห็นของคณะกรรมการของ กสทช. แม้ว่าจะมีการตักเตือนไปยังสถานีโทรทัศน์หลายครั้ง แต่ไม่ค่อยมีการแก้ไข สถานีโทรทัศน์เพียงย้ายผู้ดำเนินรายการจากรายการหนึ่งไปยังอีกรายการหนึ่งเท่านั้น

การสั่งปิดสถานีโทรทัศน์ วอยซ์ทีวี เป็นเวลา 7 วันนี้ เริ่มตั้งแต่เที่ยงคืนของเช้าวันที่ 28 มีนาคม 2560

สถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี ช่องข่าวดิจิทัลนี้ เป็นของนักการเมือง/ ตระกูลชินวัตรของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ นับแต่ คสช.ยึดอำนาจจากรัฐบาลเลือกตั้งที่นำโดยนางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของทักษิณ ชินวัตร เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 สถานีวอยซ์ทีวีก็วิจารณ์บทบาทของทหาร ทั้งด้านธรรมาภิบาล กระบวนการปฏิรูปแห่งชาติ และการสร้างความปรองดองระหว่างฝ่ายเสื้อแดงที่สนับสนุนทักษิณและฝ่ายเสื้อเหลืองที่เคลื่อนไหวสนับสนุนทหาร อย่างต่อเนื่อง

หมายเหตุ: มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์ แปลจาก https://www.seapa.org/seapa-condemns-nbtc-order-against-voice-tv/