Skip to main content

 

ขอบคุณภาพจาก scrapetv.com และ bangkokbiznews.com

ในทวีตภพ ผู้ใช้นามว่า @PongYing ซึ่งอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับเสื้อแดง-ทักษิณ ทวีตถึงผู้เขียนเมื่อบ่าย 3 โมง ของวันที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมาว่า “ทำไม [ประธานรัฐสภา] เชิญแต่สื่อค่ายประชาไท วอยซ์ทีวี ทำไมไม่เชิญสื่อค่ายผู้จัดการ แนวหน้า ไทยโพสต์ ไม่จริงใจนี่หว่า”

นี่เป็นเพียงหนึ่งในเสียงจำนวนมิน้อยที่ตั้งคำถามและกังขากับกรณีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา พาคณะสื่อมวลชนและนักวิชาการไป ‘ดูงาน’ ที่ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศสและเบลเยียมเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ระหว่างวันที่ 20-27 กันยายน 2555

คำถามคือ:

1) การจัดเดินทางท่องเที่ยวดูงานแบบนี้ถือเป็นการพยายามตบรางวัลหรือติดสินบนสื่อโดยใช้เงินภาษีประชาชนหรือไม่?

ถึงแม้รัฐสภาจะมีงบที่สามารถจัดสรรนำมาใช้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ทริปนี้ที่มีสื่อมวลชนเข้าร่วมกว่าสามสิบชีวิต มีลักษณะผิดปกติอย่างน่าสังเกตเริ่มจากที่ว่าจำนวนสื่อที่อยู่ในลิสต์เชิญ 25 คน จาก 37 คนที่อยู่ในลิสต์ http://thaipost.net/news/200912/62617 เป็นสื่อจาก Voice TV ซึ่งเป็นสื่อที่ถูกจัดอยู่ในฝ่ายที่เห็นใจสนับสนุนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แถมเป็นสื่อของนายพานทองแท้ ชินวัตร ลูกชาย พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถึง 4 คน (น้ำเพชร เชื้อชม, คมกริช สินภูมิศักดิ์, ชาคริต อ่อนน้อม และ ชัยธัช รัตนจันทร์) นี่ยังไม่รวมผู้ที่ไปจัดรายการ Wakeup Thailand ที่ Voice TV สองคน (ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข บก.สำนักข่าวประชาไท และพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์) แต่ไม่ใช่ลูกจ้างประจำ

และที่น่าสนใจ ไม่มีสื่อจากองค์กรไหนที่เป็นฝ่ายที่สังคมมองว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล ไม่ว่า ไทยโพสต์ASTV ผู้จัดการ หรือแม้กระทั่งโพสต์ทูเดย์ อยู่ในลิสต์รับเชิญ ส่วน อ.พิชญ์ที่ถูกลิสต์ว่าเป็นคอลัมนิสต์ของคมชัดลึก ก็ได้ออกมาปฎิเสธผ่านFacebook ว่าไม่ได้ไปในนามหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ซึ่งเขาไม่ได้เป็นลูกจ้างประจำ หากไปในฐานะอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หนึ่งเดียวในองค์กรสื่อที่ถูกจัดว่ามาจากองค์กรที่ถูกมองว่าไม่สนับสนุนรัฐบาลยิ่งลักษณ์คือนายนพภัฒน์จักร อัตตนนท์ จากเนชั่นทีวี – อย่างไรก็ตามนายนพภัฒน์จักรตัดสินใจไม่ร่วมเดินทาง โดยอธิบายไว้ในทวีตภพ ( @noppatjak ) ในวันที่ 21 กันยายนว่า: ‘ตอนแรกก็มองว่า น่าจะพอ “ได้งานกลับมา” เพราะจะได้ไปสภาและออกซ์ฟอร์ด แต่พอเห็นตารางเต็มๆ ว่ามีพักผ่อนเยอะ เลยไม่ไป’

นี่ยังไม่รวมคำถามที่ว่า ถ้าเป็นทริปที่ใช้งบรัฐสภา ทำไมถึงไม่เชิญนักข่าวรัฐสภาไป?

ที่สำคัญคือกระบวนการเลือกเชิญสื่อ ไม่ชัดเจน ดูเหมือนมีการเลือกเชิญที่เน้นไปยังกลุ่มสื่อที่ถ้าไม่เชียร์ ก็เป็นมิตรกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์และเสื้อแดง

2) ตกลงเป็นทริปดูงานหรือท่องเที่ยว?

ข่าวลงอย่างครึกโครมว่าทริปที่ใช้ภาษีประชาชนไป 7 ล้านบาท หรือประมาณ 180,000 บาทต่อหัวนี้ รวมถึงกินอาหารหรูๆแถบ Bloomsbury และพักโรงแรมหรูสี่ดาวอย่าง Park Plaza Westminster ที่เห็นวิว Big Ben และรัฐสภาอังกฤษ รวมถึงมีเตียงที่ใช้ผ้าฝ้ายอียิปต์อย่างดีปู และราคาค่าที่พักในอินเตอร์เน็ท ณ.วันที่ 24 กันยา 2555 ระบุว่าราคาห้องตกคืนละ 9,516 บาท (ข้อมูลจากเว็บ hotel.com - http://www.hotels.com/ho335698/park-plaza-westminster-bridge-london-london-united-kingdom/ )

การนำคณะเข้าชมการแข่งขันฟุตบอล Premier League ถึงแม้จะมีการอ้างว่าเงินไม่ได้มาจากส่วนที่เป็นภาษีประชาชนเพราะมาจากเงินบริษัทเอกชน ก็ยังไม่เหมาะสม เพราะคนเหล่านั้นไปอังกฤษและนอนพักด้วยเงินภาษีประชาชน

และถึงแม้จะมีการเยี่ยมชมรัฐสภา สำนักข่าวบีบีซี และมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด แต่เป็นการเยี่ยมชมแบบไม่กี่ชั่วโมงและไม่แน่ใจว่าจะเกิดประโยชน์คุ้มค่าเงินภาษีประชาชนได้อย่างไร นี่ยังไม่รวมการทานอาหารล่องแม่น้ำเซนน์ การเข้าชม The Louvre Museumแบบไม่กี่ชั่วโมงที่ปารีส และการเยี่ยมชม  Atomium ที่บรัสเซลล์ ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรเลยกับกิจการรัฐสภาจึงไม่มีอะไรรับประกันว่าภาษีประชาชนจะเกิดประโยชน์อย่างแท้จริงได้อย่างไร

ผู้เขียนจึงมีความเห็นว่าการจัดท่องเที่ยว ‘ดูงาน’ อย่างอู้ฟู่และฉาบฉวยเช่นนี้ เป็นการใช้งบแผ่นดินจากภาษีประชาชนอย่างไม่คุ้มค่าและขาดความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อสื่อฝั่งที่ต่อต้านรัฐบาลและต่อนักข่าวสายรัฐสภา เข้าข่ายเป็นทริปตบรางวัล ติดสินบน หรือไม่ก็ซื้อใจสร้างความเกรงใจสื่อ สมควรที่องค์กรรัฐอย่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และผู้ตรวจการแผ่นดินจะตรวจสอบ และสมควรที่องค์กรสื่อและสมาคมสื่อที่เกี่ยวข้องควรตรวจสอบและมีรายงานต่อสาธารณะเช่นเดียวกัน

อนึ่ง  ผู้เขียนตระหนักดีว่าทุกวันนี้ การเมืองและสื่อมีการแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายอย่างชัดเจน แต่นั่นก็มิได้หมายความว่าสื่อที่ถูกวิพากษ์ไม่สมควรที่จะต้องสำรวจตนเองว่าทริปไปอังกฤษนี้เข้าข่ายรับสินบนหรือไม่ พร้อมทั้งสมควรมีคำอธิบายต่อสาธารณะว่าตนและองค์กรตน รับไปทริปแบบนี้ได้อย่างไร และเพราะอะไร หรือมองต่างอย่างไร

เหตุการณ์ครั้งนี้ควรนำไปสู่การสร้างบรรทัดฐานที่ชัดเจนว่าทำอย่างไรจึงจะมีระบบที่ชัดเจนที่จะนำเงินจากภาษีประชาชนไปจัดให้สื่อไปทัศนะศึกษา และควรมีกระบวนการโปร่งใสตรวจสอบได้ เป็นธรรมกับสื่อทุกองค์กรโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ และเหมาะสมคุ้มค่ากับเงินภาษีประชาชนที่ใช้ไป

เงิน 7 ล้านบาท ถ้าใช้เป็นทุนคัดเลือกนักข่าวสายรัฐสภาดีเด่น ไปเรียนต่อหรือฝึกอบรมเกี่ยวกับการทำข่าวรัฐสภาในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยและสื่อมีบทบาทสูงเป็นระยะเวลาครึ่งปีหนึ่งปี คงจะให้ทุนได้ปีละอย่างน้อยหนึ่งหรือสองทุนอย่างสบายๆ และน่าจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งตัวนักข่าว องค์กรสื่อ รัฐสภา และสังคม มากกว่าการจัดรายการ ‘ดูงานกึ่งให้รางวัลท่องเที่ยวอย่างฉาบฉวย ที่ก่อให้เกิดคำถามต่อรัฐสภาและสื่อ มากกว่าความรู้จากการเดินทาง

ในขณะเดียวกันองค์กรสื่อและสมาคมสื่อทั้งหลายก็ควรมีระเบียดที่ชัดเจนว่านักข่าวและบรรณาธิการ รวมถึงเจ้าของสื่อมีหลักอย่างไรในการรับหรือไม่รับคำเชิญไป‘ดูงาน’ ต่างประเทศ และควรมีการนิยามให้ชัดเจนว่าทริป‘ดูงาน’ แบบไหนจึงยอมรับได้ เหมาะสมและไม่ถือว่าเป็นการเบียดเบียนภาษีประชาชน พร้อมทั้งแสดงระเบียบข้อกำหนดเหล่านั้นให้สาธารณะดูได้อย่างชัดเจนในเว็บไซด์ของแต่ละองค์กร

 

เกี่ยวกับผู้เขียน: ประวิตร โรจนพฤกษ์ (Pravit Rojanaphruk) มหาบัณฑิตด้านมานุษยวิทยาทางสังคมจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ทุนรัฐบาลอังกฤษ (British Chevening Scholar) หนึ่งในสี่นักข่าวไทยที่ได้รับทุนมูลนิธิรอยเตอร์ในฐานะนักวิชาการอาคันตุกะ (Reuters Fellow) ณ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด 

ปัจจุบันเป็นผู้สื่อข่าวอาวุโส หนังสือพิมพ์ The Nation เขียนบทความให้เว็บไซด์สำนักข่าวประชาไท และทวีตภายใต้ชื่อ @PravitR และเป็นผู้เขียนหนังสือ 'สื่อเสรีมีจริงหรือ: บทเรียนประชาธิปไตยและวัฒนธรรมสื่อไทย' จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มูลนิธิโกมล คีมทอง

 

ทริปพาสื่อไปอังกฤษ..‘ซื้อใจตบรางวัล’ หรือ ‘ดูงาน’ ด้วยภาษีประชาชน?