Skip to main content

 

 

อันดับแรกขอออกตัวไว้ก่อนนะครับว่าผมไม่ได้มาจากวงการสื่อสารมวลชนโดยตรง แม้บางท่านอาจจะไม่ได้เรียนมาโดยตรง ตัวผมเองเป็นคนที่น่าจะมี Background (ภูมิหลัง) ห่างไกลจากสื่อสารมวลชนมากที่สุด เพราะผมเป็น Computer Engineer (วิศวกรคอมพิวเตอร์) ทุกวันก็ยังเขียนโปรแกรมอยู่ สำหรับคนที่ใช้บริการ Google App Store ก็จะเจอผลงานของผมอยู่ด้วย ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับสื่อสารมวลชนเลย แต่เนื่องจากว่าได้ทำเว็บไซด์ข่าวด้วย ดังนั้นขอแสดงความคิดเห็นหน่อยครับ

ถ้าจะให้พูดเรื่องในเชิง Concept (แนวคิด) อธิบายคร่าวๆ ว่าอินเตอร์เน็ตที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ มันถูกออกแบบโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นระบบการสื่อสารที่ไม่ล้มเวลาเกิดสงครามนิวเคลียร์ คือมันเกิดมาด้วยเหตุผลนี้ เหตุผลเดียว ก็คือหากนิวยอร์กหรือวอชิงตันโดนบอมบ์ไปนี่ ส่วนอื่นต้องใช้ได้ โอเคสงครามนิวเคลียร์ไม่ได้เกิดขึ้น แต่ว่าผลก็คือว่า อินเตอร์เน็ตมันกลายเป็นเครือข่ายที่มันโดนบล็อกไม่ได้ และก็พอตัว Architecture (การออกแบบ) ข้างล่างมันออกแบบเป็นแบบนี้นั้น ก็ทำให้ทุกจุดในอินเตอร์เน็ตมีความสำคัญเท่ากันหมด

และพอมันเข้ามาสู่ยุคของเว็บ ยุค Social Media (สื่อใหม่) สภาพแบบเดียวกันก็เกิดขึ้น ทำให้เกิดสภาวะที่ถ้ามองในมุมของสื่อก็คือเกิดสิ่งที่ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Democratization of Media (ประชาธิปไตยของสื่อ) การผูกขาดเสียง หรืออำนาจหลักที่เดิมอยู่ในโลก Offline มันถูกทำลายไปอย่างสิ้นเชิง เพราะว่าจุดเล็กๆ ในอินเตอร์เน็ตจุดเดียวที่ขอแค่คุณมี Message (เนื้อหาที่ต้องการสื่อ) ที่มันมีค่า มันก็จะเทียบได้กับสื่อใหญ่พันล้านต่างๆ ตัวอย่างง่ายๆ ที่อาจารย์สมเกียรติพูดไปก่อนนี้ ที่แกเขียนโพสไปในเฟสบุ๊กคำเดียวว่าไม่อ่านมติชนละ ก็อาจมีค่าเท่ากับเว็บไซต์ของมติชน ทั้งเว็บก็ได้

                กลับไปที่คำถามของคุณนิธินันท์ ที่ว่าหมาเฝ้าบ้านยังเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นไหม ในมุมมองของผมคิดว่ายังมีความจำเป็นอยู่ แต่นั่นเป็นหมาของผมคนเดียว และผมเชื่อว่า ทุกคนควรจะเลี้ยงหมาได้แล้ว ที่งานสัมมนาครั้งหนึ่งจัดโดย TCIJ (ศูนย์ข้อมูล & ข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง) คุณชูวัฒน์ (ฤกษ์ศิริสุข บรรณาธิการเว็บไซด์ประชาไท และพิธีกรรายการ wake up Thailand) เสนอความเห็นว่า วารสารศาสตร์ในเชิงของมืออาชีพหรือ Professional Journalism ตายแล้ว ผมเห็นด้วยนะครับ ก็คือ Journalism ยังอยู่ แต่มันจะไม่ถูกผูกขาดกับกลุ่มวิชาชีพอีกแล้ว แต่มันเป็นศาสตร์ที่ใครก็ได้ในสังคมที่อยากจะส่งเสียงควรรู้ และก็เพื่อที่จะสะท้อนเสียงของตัวเองออกไปในสังคมผ่านเครือข่ายสื่อใหม่คืออินเตอร์เน็ต เครือข่ายที่ทุกคนมีสิทธิเท่ากัน ดังนั้นกลุ่มที่เป็น Interest Group ในสังคมก็ควรจะมีสื่อหรืออย่างต่ำ ๆ ก็ต้องมีช่องทางของตัวเอง ซึ่งปัจจุบันก็ทำได้ง่ายมาก โพสเฟสบุ๊คหรือทวิตเตอร์ก็ได้ละ ถ้าเกิดว่าเรามีการเชื่อมต่อในกลุ่มที่ถูกต้องพอ ตัว Message (สารที่ต้องการสื่อ) ของเรามันจะถูกกระจายออกไปเอง

                กลับมาที่ประเด็นว่าสื่อเลือกข้าง ถ้ามุมมองของผมก็จะเห็นด้วยกับคุณนิรันดร์ (เยาวภาว์)ว่าสื่อควรเลือกข้าง Model หรือแนวทางความคิดของผมและ เว็บไซด์ Siam Intelligence ก็ใช้โมเดลกับสื่อที่เรียกว่า Advocacy Journalism ก็เป็น Model ที่สื่อต่างประเทศใช้นะครับ ก็คือว่าเป็นกลุ่มสื่อที่มี Ideology ทางการเมืองแบบใดแบบหนึ่งชัดเจนไปเลย แล้วเราก็จะต่อสู้เพื่อ Ideology อันนั้น ซึ่งก็เป็นแนวทางที่สื่ออย่าง The Economist ใช้เหมือนกัน Ideology ของ The Economist ก็คือ Support (สนับสนุน) ในเรื่อง Free Market เป็นหลัก ก็จะคล้าย ๆ กันกับเรา ผมเชื่อว่าผู้บริโภคมีสิทธิเลือก

ดังนั้นแนวคิดของสื่อแบบเก่าที่มองว่าความจริงมีเพียงหนึ่ง อาจจะใช้ไม่ได้แล้ว ขอไม่ลงรายละเอียดนะครับ เพราะว่าผมก็ไม่ได้เรียนมาทางสื่อสารมวลชน ประเด็นคือมันไม่มีความจริง(ที่เป็นหนึ่งเดียว)ของทุกคน ผู้บริโภคมีสิทธิ์เลือกเองว่าความจริงอันนั้นคืออะไร

สิ่งที่เราเห็นอยู่ตอนนี้เนี่ย เราก็จะเห็นการเปรียบเทียบเนื้อหาในข่าวเดียวกันของสำนักข่าวต่างๆ ผมเชื่อว่าทุกท่านในห้องนี้คงใช้เฟสบุ๊ก และเวลามีข่าวอะไรเกิดขึ้นก็จะมีเพื่อนๆ โพส Link ในเฟสบุ๊ก สิ่งที่ผมเห็นก็คิดว่าหลายท่านเห็นเหมือนกัน ก็คือว่ามันจะเกิดการ Check and Balance (ตรวจสอบความถูกต้อง) กันเอง สายนี้อาจจะเอาข่าวนี้ของสำนักข่าวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามในเรื่องอุดมการณ์มาตรวจสอบ และเปรียบเทียบกันระหว่างสื่ออุดมการณ์สองข้างเพื่อดูว่าเรื่องราวมันเกิดอะไรขึ้น คือผมคิดว่าด้วยสถาปัตยกรรมพื้นฐานข้างล่างนี้มันมีการเช็คกันอยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร สื่อก็คือทำหน้าที่เสนอข่าวให้ดีที่สุดในมุมมองของตัวเอง ผู้บริโภคก็มีสิทธิ์เลือกเอง

 

หมายเหตุ เรียบเรียงจากการนำเสนอ อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Siam IntelligenceUnit ในเวทีเสวนา รู้ทันสื่อยุคออนไลน์ แค่หมาเฝ้าบ้านไม่พอ? ซึ่งจัดขึ้นในวาระงานเปิดตัวกลุ่ม มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์  เมื่อ14 กรกฎาคม 2555

รู้ทันสื่อยุคออนไลน์ (5)..ในสายตา ‘อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์’