ข่าวเช้า: เพลินๆกับดาราหรือแก่นสาระแบบมืออาชีพ

ช่วงหลายปีมานี้วงการข่าวภาคเช้าทางจอโทรทัศน์เมืองไทยแข่งขันกันดุเดือดเรื่องการสร้างสีสัน เทคโนโลยีฉากประกอบ และตัวผู้ประกาศที่โดดเด่นด้วยบุคลิกหน้าตา หรือมีลีลาเฉพาะตัว รวมถึงการใช้ดารานักแสดงที่ผู้ชมชื่นชอบอยู่แล้วมาอ่านข่าว เหล่านี้ล้วนเป็นจุดขายที่ประสบความสำเร็จในการเรียกเรทติ้งและโฆษณาแบบไม่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มาก เนื่องจากอุตสาหกรรมสื่อในหลายประเทศก็ทำกันมาแล้วนักต่อนักด้วยความเชื่อทางการตลาดที่ว่าผู้ชมยุคดิจิตอลมีแนวโน้มชอบรายการข่าวเบาสมองที่เสนอแบบหวือหวา และหมดยุคของข่าวที่มีเนื้อหาสาระหนักๆ ที่เคยครองใจคนดูสมัยคุณป้ายังสาว

แม้แต่นักข่าวคอลัมนิสต์ชื่อ (เคย) ดัง ผู้ผันตัวมาเป็นผู้ดำเนินรายการข่าวทีวีดาวเทียมและอินเตอร์เนตน้องใหม่ในเครือมติชนอย่างโอภาส เพ็งเจริญยังประกาศจุดยืนดังๆ "ลีลาของเราและเนื้อหาบางส่วน จะช่วยให้ผู้ชมดูข่าวแล้วไม่เครียดมาก บรรยากาศในสังคมน่าจะดีขึ้นนี่คือสิ่งที่เราตั้งความหวังไว้ทำให้เดินไปสู่จุดนั้น ชมข่าวแล้วสบายๆ จิตใจสบาย คลี่คลาย เพราะข่าวไม่จำเป็นต้องร้อน" นายโอภาสกล่าว http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1360044552&grpid=03&catid=03

แต่ภาพยนตร์ Morning Glory ที่ส่องเบื้องหลังการแข่งขันอันดุเดือดของวงการข่าวรับอรุณในสหรัฐอเมริกาที่มีมาก่อนบ้านเราเกือบทศวรรษ กลับตั้งประเด็นแทนคนดูอย่างมีนัยยสำคัญว่าจริงๆแล้วคนดูต้องการเปิดโลกทัศน์ยามเช้าด้วยรายการข่าวที่มีแต่สีสันลายตา ข่าวซุบซิบสาวเซเลบ ข่าวแวดวงแฟชั่นเท่านั้น หรือยังอยากเห็นการผลิตเนื้อหาสาระข่าวที่กระตุกต่อมคิด เปิดประเด็นเคลื่อนไหวทางสังคมเศรษฐกิจการเมืองที่น่าจับตาของวันจากคนทำข่าวมืออาชีพเป็นเนื้อหาหลัก

เกือบครึ่งเรื่องภาพยนตร์เน้นเส้นทางการทำงานของผู้ผลิตรายการข่าวเช้ารุ่นใหม่ไฟแรง Becky Fuller (แสดงโดย Rachel McAdams) ที่วิ่งไปข้างหน้าไม่หยุดบนสายพานการแข่งขันชิงเรทติ้งข่าวเช้าที่เธอเพิ่งเข้ามารับหน้าที่ เธอพยายามอย่างยิ่งยวดในการฉุดเรทติ้งที่ตกต่ำลงเรื่อยๆของรายการตั้งแต่ก่อนเธอเข้าร่วมงานให้สถานีช่องหนึ่งให้กระเตื้องขึ้น แต่ยังไม่ทันสำเร็จเจ้าของสถานีก็ตัดสินใจยกเลิกรายการข่าวเช้านี้เสียก่อน เนื่องจากไม่ต้องการเห็นตัวเลขขาดทุนอีกต่อไป ทำให้โปรดิวเซอร์สาว Becky ตกงานตั้งแต่ก่อนได้อวดฝีไม้ลายมือเต็มที่

หลังจากพยายามหางานใหม่ในหน้าที่แบบเดิมอยู่นาน ด้วยการประกาศตัวว่าพร้อมจะทำงานหนักกว่าค่าจ้างที่ได้รับ Becky ก็ได้รับการทาบทามให้มานั่งเก้าอี้โปรดิวเซอร์รายการข่าวเช้า Daybreak ของสถานีช่องใหม่ในเมืองที่การแข่งขันสูงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเดิม เธอจึงประสบกับการท้าทายแบบเดิมคือต้องสร้างเรทติ้งสำหรับรายการให้ได้ภายในเส้นตายที่เจ้าของสถานีกำหนด แต่ครั้งนี้สาหัสกว่าตรงที่พนักงานของสถานีไม่ให้การยอมรับโปรดิวเซอร์หน้าใหม่ที่มาพร้อมคำปวารณาจะสร้างความเปลี่ยนแปลง จนทำให้วันแรกของการทำงานเธอต้องไล่พนักงานที่ประกาศชัดว่าจะไม่ให้ความร่วมมือกับเธอออก ทำนองเชือดไก่ให้ลิงดู

Becky โปรดิวเซอร์หน้าใหม่ ต้องคิดมุขการนำเสนอรายการข่าวให้เป็นรายการบันเทิงอย่างสุดฤทธิ์         ยกตัวอย่างเช่นขอให้ผู้ประกาศหลักอ่านข่าวจากเวทีเต้นรำ หรือผู้อ่านข่าวพยากรณ์อากาศรายงานจากที่โลดโผนโจนทะยานไม่ซ้ำวัน บางวันคนดูจึงเห็นผู้ประกาศคนนี้รายงานอากาศจากรถไฟเหาะตีลังกาหรือขณะกำลังโดดร่มจากเครื่องบิน ซึ่งกรณีหลังนี้ไม่ได้เป็นเพียงมุขแบบฮอลลีวู๊ด สัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้เห็นข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่านักข่าวพยากรณ์อากาศของสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งของออสเตรเลีย “ได้ทดลองประสบการณ์ชวนตื่นเต้นผ่านการออกอากาศ ด้วยการนั่งเครื่องบินผาดโผน ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้แก่เขาในช่วงแรก ก่อนจะทนไม่ไหวเป็นลมในช่วงต่อมา เพราะไม่สามารถทนแรงโน้มถ่วงอย่างแรงจากการขับเครื่องบินผาดโผนของนักบินซึ่งเป็นนักบินเครื่องบินรบ”

ในเมืองไทยยังไม่เห็นรายการข่าวทำอะไรตื่นเต้นระดับนั้น อย่างมากก็แค่รายงานอากาศจากหลังควายจำลองที่ฉากหลังเป็นแปลงนาที่สร้างขึ้นในห้องส่ง หรือบางช่องลงทุนมากกว่านั้นก็ยกเวทีไปสถานที่จริงและสร้างสไตล์เสื้อผ้าหน้าผมผู้ประกาศให้เข้ากับสถานการณ์ของพื้นที่ เช่นอ่านข่าวน้ำท่วมขณะกล้องก็ถ่ายให้เห็นว่าใส่รองเท้าบู้ทขาจมน้ำ หรือสวมเสื้อหนาวผ้าพันคอเวลาอ่านข่าวลมหนาวจากดอยอินทนนท์ แต่เนื้อหาของรายการข่าวเช้าช่องหลักๆ ก็แข่งกันในแนวเสนอข่าวชาวบ้านเบาๆ ข่าวการเมืองแบบแถลงรวมหมู่ ก้อสซิบดารา หรือหมาแมวเต้นรำ เด็กๆที่ ทำอะไรน่ารักๆ ใน Youtube แม้แต่ช่องที่ยังยืนยันไม่เล่าข่าวใส่สีสัน ยังเน้นการอ่านข่าวหน้าตรงแบบเดิมๆ ถึงจะไม่ได้เอาหนังสือพิมพ์มากางอ่านออกจอเหมือนช่องอื่นๆ แต่ก็ไม่ได้มีข่าวที่ลึกหรือซับซ้อนผิดแผกแตกต่างออกไปช่องที่เน้นสีสันมากนัก ดังนั้นคนดูจึงสามารถเลือกช่องที่มีลีลาผู้ประกาศและการนำเสนอที่ถูกจริตรสนิยมตัวเองโดยแทบไม่ตกข่าวอะไรเลยไม่ว่าจะเลือกดูช่องไหน

กลับมาเรื่องของโปรดิวเซอร์ Becky ในหนัง วันหนึ่งเธอปิ๊งไอเดียสุดสร้างสรรค์ หลังจากจ๊ะเอ๋กับนักข่าวมือรางวัลรุ่นใหญ่ Mike Pomeroy (แสดงโดยดาราฮอลลีวู๊ดมากฝีมือ Harrison Ford) โดยบังเอิญในลิฟท์สำนักงาน Becky ตื่นเต้นมาก พยายามละล่ำละลักบอกกับเขาว่าทั้งเธอและพ่อปลื้มฝีมือทำข่าวเขาขนาดหนัก และเสียดายที่เขาล้างมือในอ่างทองคำจากวงการข่าวโทรทัศน์ แม้ Mike ไม่ยี่หระที่จะโต้ตอบกับคำชื่นชมแถมยังมองเธอแบบเด็กเมื่อวานซืน แต่ Becky กลับคิดว่าชื่อเสียงและฝีมือในอดีตของเขาต้องยังมีคนจำได้และชื่นชมเหมือนเธอ จึงพยายามขอพบเพื่อดึงเขามาเป็นผู้ประกาศหลักให้รายการข่าวเช้าของเธอ Mike ไม่เพียงไม่สนใจเขาตะเพิดเธอแบบไม่ไยดี Becky เกือบถอดใจ แต่แล้วเธอก็สืบพบข้อตกลงบางอย่างของเขากับทางสถานีว่าสถานียังมีภาระต้องจ่ายเงินเดือนให้ Mike อยู่ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำงานให้สถานีเลยเป็นเวลาหลายปีมานี้  Becky พยายามชักจูงให้ผู้บริหารสถานีดึง Mike กลับมาทำงานเพราะไหนๆ ก็ต้องจ่ายเงินให้เขาอยู่ดี ในที่สุด Mike ยอมจำนนด้วยพันธะบางอย่างในสัญญา มาปรากฏตัวที่รายการ Daybreak แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะลึกๆแล้วเขายังคิดถึงชีวิตในวงการข่าวและเคลิ้มคล้อยตาม Becky ว่าประชาชนยังคิดถึงฝีมือทำข่าวชิ้นใหญ่ๆของเขาอยู่

แต่ Mike ไม่ยอมเป็นอีกหนึ่งในตัวตลกให้ Becky กำกับในรายการข่าวเช้าอย่างผู้ประกาศคนอื่น           เขาแสดงออกอย่างชัดแจ้งว่ารังเกียจการนำเสนอข่าวเช้าแบบเฮฮาด้วยเนื้อหาเบาโหวง ทุกวันเขาจะป่วนให้ผู้ประกาศร่วมและคนอื่นๆในทีมผลิตรายการวุ่นวาย คนดูก็เริ่มสับสนที่ผู้ประกาศหลักทะเลาะกันออกหน้าจอ  เขาจึงเป็นที่ระอาและดูถูกของเพื่อนร่วมงานที่ส่วนหนึ่งเป็นคนทีวีรุ่นใหม่ ว่าอดีตที่ยิ่งใหญ่ด้วยรางวัลข่าวยอดเยี่ยมหลายรางวัลของเขาเป็นเรื่องตกสมัยและกล่าวหาว่าเขาจมไม่ลง ทางด้านโปรดิวเซอร์ Becky แม้จะปวดหัวแต่ยังมีหวังว่าเขาจะปรับตัวเข้ากับแนวรายการยุคใหม่ได้

แต่ตลอดเวลาทั้งหมดนี้ไม่มีใครระแคะระคายว่า Mike กำลังสืบข่าวชิ้นโบว์แดง บรรดาแหล่งข่าวระดับสูงที่เคยนับถือ ในความตรงไปตรงมาและเป็นมืออาชีพของเขา เริ่มติดต่อเข้ามาให้ประเด็นข่าวสำคัญๆ เมื่อเห็นเขาคืนจอ และอยู่มาวันหนึ่ง Becky ก็ต้องแปลกใจที่เดินเข้ามาในสถานีตอนเช้าตรู่เหมือนทุกวัน แต่ทีมข่าวไม่มีใครอยู่เลย สักพัก Becky ก็ได้รับโทรศัพท์จากทีมงานให้ตามไปที่คฤหาสน์ของเศรษฐีและนักการเมืองผู้ทรงอำนาจและอิทธิพลคนหนึ่ง และได้เห็น Mike กำลังเปิดหน้าออกกล้องรายงานสดเปิดโปงขบวนการแสวงหาผลประโยชน์ข้ามชาติที่ผิดกฏหมายขนานใหญ่ที่ตามด้วยการปรากฏตัวของเหล่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทีมของ Mike ติดต่อให้เข้าดำเนินการจับกุมกลุ่มบุคคลที่ทรงอิทธิพลขณะกำลังทำผิดต่อหน้ากล้องโทรทัศน์ การทำข่าว exclusive ชิ้นนี้ของ Mike ทำให้เรทติ้งสถานีพุ่งกระฉูด และสื่ออื่นๆต้องเอาไปตามเป็นประเด็นต่ออีกหลายสัปดาห์

แน่นอนที่สุด Mike ได้เรียกทั้งความมั่นใจในตัวเองและสถานีกลับคืนมา พร้อมได้รับคำชมอย่างยอมรับนับถือทั้งจาก Becky และเพื่อนร่วมงานว่าในที่สุดแล้วความเป็นมือข่าวอาชีพยังเป็นที่ต้องการของสังคม

อาจจะเป็นความจริงที่ว่าการนำเสนอข่าวสารของสื่อต้องมีการปรับเปลี่ยนตามกาลเวลาให้เข้ากับยุคสมัยและรสนิยมผู้ชมที่เปลี่ยนแปลงไป แทบทุกสื่อกระแสหลัก ของโลกได้ผ่านการเปลี่ยนโฉมกันมาแล้วอย่างขนานใหญ่ทั้งเนื้อหาและวิธีการนำเสนอ แม้แต่หนังสือพิมพ์ค่ายยักษ์เน้นแนวธุรกิจอนุรักษ์นิยม เช่น The Wall Street Journal ก็ยังปรับรูปเล่มให้เล็กลงและกางอ่านง่ายพร้อมทั้งปรับการเขียนให้แต่ละข่าวให้ใช้พื้นน้อยลงด้วยการเขียนที่สั้นกระชับตามเวลาอ่านที่น้อยลงของคนในโลกยุคใหม่ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งจุดแข็งของสื่อนี้ที่เสนอข่าวเชิงลึกและสารคดีเนื้อหาแน่นโดยให้พื้นที่กับข่าวเหล่านี้อย่างเพียงพอและสม่ำเสมอซึ่งดูจะ ต่างจากอุตสาหกรรมสื่อในบ้านเราที่ตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของสื่อโลกเพียงแค่เปลือกโดยถอดเนื้อหาที่สังคมยังต้องการเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงประเทศในทางที่ดีขึ้นออกเกือบหมด