จดหมายเปิดผนึกถึง 4 องค์กรวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน

                                   ภาพ: ทวิตเตอร์ @karmanomad

จดหมายเปิดผนึกถึง 4 องค์กรวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน 

        ตามที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย    สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ   สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ซึ่งป็นตัวแทนของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชนในประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2557 เพื่อขอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ทบทวนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งเข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ และประกาศให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 สิ้นสุดลง ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557  โดยเนื้อหาของแถลงการณ์เรียกร้องให้ คสช. ทบทวนประกาศที่เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนทุกฉบับโดยเร่งด่วน (แถลงการณ์ขององค์กรทั้ง 4 ออกมาหลังจากประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีผลบังคับใช้แล้ว 2 วัน) เพื่อให้สื่อมวลชนทุกแขนงกลับมาทำหน้าที่ได้ตามปกติ และเรียกร้องให้สื่อมวลชนทุกองค์กรและทุกคนทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญนั้น ดิฉันใคร่เรียนให้ทราบว่าคืนวันเดียวกับที่องค์กรวิชาชีพทั้ง 4 ออกแถลงการณ์ในเชิงร้องขอ คสช. ได้ออกประกาศ ฉบับที่ 6/ 2557 เพื่อให้นายประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ เดอะ เนชั่น เข้ารายงานตัว ที่หอประชุมกองทัพบก เทเวศน์ ในวันนี้ (25 พฤษภาคม 2557) และนายประวิตร โรจนพฤกษ์ ได้ไปรายงานตัวตามคำสั่งฉบับ โดยขณะนี้อยู่ในความควบคุมตัวของ คสช. ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะถูกควบคุมตัวไว้นานเท่าใด หมายความว่า คสช. ไม่ได้มีปฏิกิริยาในทางบวกต่อแถลงการณ์ร้องขอขององค์กรวิชาชีพทั้ง 4 และมีสื่อมวลชนอย่างน้อย 1 คน จาก 1 องค์กร ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ อันเป็นสิ่งที่องค์กรวิชาชีพทั้ง 4 ประสงค์จะเห็น ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆ จากองค์กรวิชาชีพทั้ง 4 องค์กร

            สิ่งที่เกิดขึ้นกับนายประวิตร โรจนพฤกษ์ ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนนานาชาติเป็นอันมาก เห็นได้จากการเข้าทำข่าวของนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักขณะที่นายประวิตรเข้ารายงานตัวและจากการรายงานข่าวผ่านทาง Social media นายโจนาธาน เฮด จากสำนักข่าว BBC กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ร่วมรายงานข่าวในที่นั้นว่าเตรียมจะออกแถลงการณ์ต่อกรณีที่เกิดขึ้น อีกทั้งนายประวิตรเองก็ได้สื่อสารกับสังคมก่อนที่จะเข้าไปรายงานตัวว่า “They  can’t cage my concience. This is how we are going to face military junta through civil diobedience by turning myelf in (พวกเขาไม่สามารถขังมโนธรรมผมได้ นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเราจะเผชิญหน้ากับเผด็จการทหารด้วยการดื้อแพ่งพลเมืองอย่างไร ผมกำลังแสดงให้เห็นด้วยตัวผมเอง)” อันเป็นการแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการลุกขั้นสู้กับอำนาจปกครองที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนในสังคม

                             โจนาธาน เฮด แห่ง BBC ขึ้นทวิตเตอร์ “ประวิตรทำให้ดู (สู้กับเผด็จการทหาร) แล้ว นักข่าวอีกกี่คนจะสู้เหมือนเขา”

            ประวัติศาสตร์ของวิชาชีพสื่อมวลชน โดยเฉพาะคนทำหนังสือพิมพ์ในประเทศไทย แสดงให้เห็นมาตลอดว่าไม่เคยยอมรับการปิดกั้นสิทธิการรับรู้ข่าวสารของประชาชน เราสู้เมื่อเสรีภาพสื่อมวลชนถูกคุกคามจากอำนาจที่ไม่ชอบธรรม เราสู้เมื่อสิทธิในการรับรู้ข่าวสารของประชาชนถูกปิดกั้น แม้แถลงการณ์ที่ผ่านมาขององค์กรวิชาชีพทั้ง 4 องค์กรทั้ง 2 ฉบับ จะไม่ได้มีเนื้อหาที่ประกาศชัดถึงการคัดค้านอำนาจที่กำลังคุกคามสิทธิและเสรีภาพในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน แต่ดิฉันก็เชื่อลึกๆ ว่าองค์กรวิชาชีพทั้ง 4 พร้อมที่จะปกป้องบุคลากรและวิชาชีพสื่อมวลชน ดิฉันจึงหวังที่จะเห็นองค์กรวิชาชีพทั้ง 4 เป็นแกนนำในการขับเคลื่อนเพื่อปกป้องสิทธิและเสรีภาพของวิชาชีพในครั้งนี้  เราไม่ควรให้องค์กรสื่อต่างชาติช่วงชิงธงนำในการเคลื่อนไหว อย่างน้อยองค์กรวิชาชีพทั้ง 4 ควรได้แสดงจุดยืนในข้อเรียกร้องของแถลงการณ์ที่ออกมาในวันที่ 24 พฤษภาคมที่เรียกร้องให้สื่อมวลชนทุกองค์กรและทุกคนทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญนั้น ด้วยการพยายามทุกวิถีทางที่จะให้นายประวิตร โรจนพฤกษ์ ได้ออกมาทำหน้าที่ตามวิชาชีพเพื่อประโยชน์ประเทศชาติต่อไป

แม้ลึกๆ ในใจดิฉันจะมีความหวั่นเกรงเหตุการณ์ที่จะตามมาเล็กน้อย เนื่องจากเย็นวันที่ 22 พฤษภาคม เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากองค์กรวิชาชีพทั้ง 4 ออกแถลงการณ์ให้คำแนะนำ กอ.รส. ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา ก็ประกาศยึดอำนาจหรือที่ศัพท์สากลเรียกว่าการรัฐประหารในทันที และคืนวันที่ 24 พฤษภาคม ไม่กี่ชั่วโมงเช่นกันหลังจากที่องค์กรวิชาชีพด้านสื่อมวลชนทั้ง 4 องค์กร ออกแถลงการณ์เชิงร้องขอ คสช. ก็ออกคำสั่งเรียกนายประวิตร ให้เข้ารายงานตัว แต่ถึงกระนั้นดิฉันก็ยังหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นปฏิกิริยาเชิงรุกจากองค์กรวิชาชีพด้านสื่อมวลชนทั้ง 4 องค์กร ที่มีต่อการที่นายประวิตรต้องถูกควบคุมตัวในครั้งนี้ รวมไปถึงการที่นายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการนิตยสารฟ้าเดียวกันซึ่งถูกควบคุมตัวจากบริเวณหน้าหอศิลป์ กรุงเทพฯ ไปก่อนหน้านี้ด้วย

จึงเรียนมาเพื่อทราบและโปรดดำเนินการ

เพ็ญนภา หงษ์ทอง

บรรณาธิการร่วม www.mediainsideout.net    

ปล. แถลงการณ์ฉบับแรกขององค์กรวิชาชีพทั้ง 4 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ออกมา 2 วันหลังจากผู้บัญชาการกองทัพบกประกาศใช้กฎอัยการศึก มีเนื้อหามุ่งให้คำ “แนะนำ” กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส. - ชื่อของคณะผู้ประกาศกฎอัยการศึกก่อนทำการรัฐประหารและตั้ง คสช.) กำกับดูแลสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมและสถานีวิทยุชุมชน ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2535  และข้ออัน กอ.รส. ควรปฏิบัติเพื่อให้ “ได้รับการยอมรับในสายตาของนานาชาติที่กำลังจับตามองความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในขณะนี้” สามารถอ่านรายละเอียดได้ใน บันทึกกันลืมว่าด้วยปฏิกิริยาคนทำสื่อ เมื่อทหารถือปืนมาปิดตึก ซึ่งดิฉันบันทึกไว้ที่http://www.mediainsideout.net/columnist/2014/05/198