บันทึกกันลืม ว่าด้วยปฏิกิริยาคนทำสื่อเมื่อทหารถือปืนมาปิดตึก

                              หยุดคุกคามสื่อ ขอเรียกร้องจากมีเดีย อินไซด์ เอ้าท์ และเพื่อนสื่อมวลชน : ภาพจากสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย

เขียนวันที่ 21 พฤษภาคม 2557 วันที่สองของการประกาศใช้ “กฎอัยการศึก” โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก “กฎอัยการศึก” ที่ไม่ได้เป็นพระบรมราชโองการ และไม่มีใครรับสนองพระบรมราชโองการ

หลังจากเมื่อวานกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) ส่งทหารถือปืนไปเยี่ยมเยือนและขอพักค้างอ้างแรมตามสำนักงานสื่อต่างๆ เริ่มตั้งแต่ ASTV ย่านถนนพระอาทิตย์ เนชั่นทีวี บนบางนา-ตราด วอยซ์ ทีวี ริมวิภาวดี และอื่นๆ รวมถึงที่ยืนเฝ้าประตูช่อง 3 ย่านหนองแขม รวมทั้งการออกประกาศไม่ต่ำกว่า 4 ฉบับ ที่มุ่งควบคุมพฤติกรรมการรายงานข่าวสถานการณ์ทางการเมือง ของสื่อเป็นการเฉพาะ จนทำให้ทีวีดาวเทียมหลายช่องรวมถึง วอยซ์ ทีวี ต้องระงับการออกอากาศชั่วคราว (และทำให้สังคมไทยได้เห็นการยุติรายการสนทนาทางทีวีอย่างทันทีทันใดของไทยรัฐ ทีวี จนผู้ร่วมรายการอย่าง รศ.สุขุม นวลสกุล โบกมือลาผู้ชมแทบไม่ทัน เพื่อเป็นการตอบรับประกาศ กอ.รส. ที่ออกมากลางดึกเพื่อเตือนให้สื่อระมัดระวังการเชิญบุคคลมาแสดงความคิดเห็น) วันนี้มีความเคลื่อนไหวจากคนทำสื่ออย่างน้อย 3 กลุ่ม ล้วนเป็นความเคลื่อนไหวในรูปลักษณ์ของการออกแถลงการณ์สื่อสารกับสังคม                              

มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์ องค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร อันเป็นการรวมกลุ่มของคนทำงานข่าวเป็นหลัก ออกมาเป็นแกนนำเพื่อนสื่อมวลชนเคลื่อนไหวเป็นกลุ่มแรก ด้วยแถลงการณ์ในรูปจดหมายเปิดผนึกถึงผู้อำนวยการ กอ.รส. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (https://www.facebook.com/permalink.phpstory_fbid=244256299115064&id=244228842451143&comment id=244353992438628&offset=0&total_comments=57&notif_t=feed_comment) พร้อมข้อเรียกร้องชัดเจนเข้าใจง่ายๆ 2 ข้อ 1. ขอให้ยกเลิกกฏอัยการศึกทันทีและถอนทหารกลับกรมกองโดยไม่มีเงื่อนไข  2. ขอให้ยกเลิกประกาศ กอ.รส. ที่มุ่งควบคุมสื่อโดยตรง ทั้ง 4 ฉบับ และขอให้หยุดการคุกคามสื่อมวลชนทันที จดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ เปิดให้สื่อมวลชนทุกคนร่วมลงชื่อท้ายจดหมายได้ ซึ่งปรากฏว่ามีประชาชนจำนวนมากที่ไม่ได้เป็นสื่อมวลชนขอร่วมลงชื่อด้วย รวมจำนวนรายชื่อในเวลา 20.52 มีทั้งหมด 160 รายชื่อ

แถลงการณ์ฉบับที่ 2 เป็นของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสิ่งพิมพ์ นักเขียน นักแปล และบรรณาธิการ  (https://www.facebook.com/notes/vieng-vachira-buason/แถลงการณ์คัดค้านคำสั่งทหารตามประกาศกฏอัยการศึก/10154205668005515) ไม่มีการจัดตั้งองค์กรอย่างเป็นทางการ แต่เปิดกว้างให้ทุกคนที่ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ร่วมเป็นส่วนหนึ่งด้วยการลงชื่อแนบท้าย แต่เช่นเดียวกับแถลงการณืของมีเดีย อินไซด์ เอาท์ ที่ในรายชื่อ 137                       (ณ เวลา 19.20 น.) คนนั้นมีรายชื่อของผู้ที่ทำมาหาเลี้ยงชีพที่ไม่เกี่ยวข้องกับการผลิตสื่อปรากฏอยู่ด้วย แถลงการณ์ของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสิ่งพิมพ์ นักเขียน นักแปล และบรรณาธิการ ส่งสารถึงทั้ง กอ.รส. และสื่อมวลชน โดยเรียกร้องให้ทหารยกเลิกกระประกาศใช้กฎอัยการศึก และขอให้ กอ.รส. เพิกถอนคำสั่งที่ลิดรอนเสรีภาพสื่อและให้หยุดการใช้ถ้อยคำที่เป็นการข่มขู่สื่อมวลชน และเรียกร้องให้สื่อมวลชนทำหน้าที่ของตนต่อไปโดยปราศจากความหวาดกลัวอำนาจที่มาจากการประกาศใช้คำสั่งที่ขัดกับหลักการประชาธิปไตย              

แถลงการณ์ฉบับสุดท้าย ออกมาก่อนแสงสุดท้ายของวันเล็กน้อย (มีเสียงแซวตาม social media ว่า มาช้ายังดีกว่าไม่มา) คือแถลงการณ์จากสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ, สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เเละสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย (http://www.tja.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=3518:2014-05-21-09-09-01&catid=24:media-center-surveillance-threats&Itemid=24) สี่องค์กรที่รับผิดชอบดูแลสื่อมวลชนโดยตรง แถลงการณ์ของ 4 องค์กรวิชาชีพ ไม่มีข้อเรียกร้องหรือคำแสดงความคัดค้านการใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก ของทหารในนาม กอ.รส. มีแต่เพียง “คำแนะนำ” ให้ กอ.รส. “ทบทวน” การใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกลิดรอนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน โดยมีคำแนะนำที่สำคัญ 2 ข้อ คือ “กอ.รส. ควรใช้โอกาสนี้ ขอความร่วมมือจาก คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการกำกับดูแลให้สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมและสถานีวิทยุชุมชนต่างๆดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 อย่างเคร่งครัด” และ “กอ.รส.ควรประกาศเจตนารมณ์ให้ชัดเจนว่าจะสนับสนุนและไม่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนทุกแขนง พร้อมทั้งให้ความเคารพเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการนำเสนอข่าวสารข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา ถูกต้องครบถ้วนและรอบด้าน รวมทั้งเคารพเสรีภาพของสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งการแสดงจุดยืนดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสาธารณชน และได้รับการยอมรับในสายตาของนานาชาติที่กำลังจับตามองความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในขณะนี้”

วันนี้ยังมีความเคลื่อนไหวของชมรมผู้ประกอบการโทรทัศน์ระบบทีวีดิจิตอล ที่ประธานชมรมคือ สุภาพ คลี่ขจาย ออกมาให้สัมภาษณ์ในรายการของวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ คัดค้านคำสั่ง กอ.รส. ที่ระงับการออกอากาศของวอยซ์ ทีวี ด้วยเหตุผลที่ชัดเชนว่า  “วอยซ์ ทีวี เป็นทีวีดิจิตอลที่ได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้อง จาก กสทช. ไม่ใช่ ทีวีดาวเทียม และแม้กลุ่มทุนของ วอยซ์ทีวี จะเป็นคนนามสกุลชินวัตร แต่เนื้อหาการนำเสนอข่าวและรายการ ก็มีมาตรฐานทางวิชาชีพ ซึ่งไม่มีการถ่ายทอดสดของ นปช. และไม่มีการยุยง ปลุกปั่น ให้เกิดความขัดแย้งทางการเมือง” เป็นความเห็นที่ต้องขอแสดงความคารวะ เพราะการตัดสินสื่อมวลชนควรมองที่การทำงานในฐานะวิชาชีพ ไม่ใช่การมองว่าสื่อนั้นอยู่ด้วยทุนของใคร

ความเคลื่อนไหวที่ปรากฏมีมากกว่านี้ แต่จะขอบันทึกไว้เพียงความเคลื่อนไหวที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ในวันที่ทหารถือปืนไปปิดตึก สื่อมวลชนคนใดวางจิตวิญญาณของตนไว้ ณ ที่ใด