สมยศ-เสรีภาพสื่อ-เสรีภาพที่ถูกคุกคาม

30 เมษายน 2557 ครบรอบ 3 ปี ที่สมยศ พฤกษาเกษมสุข บรรณาธิการนิตยสาร Voice of Taksin ถูกคุมขังด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือที่รู้จักกันว่า ม.112 ซึ่งตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นเขายังต้องใช้ชีวิตหลังลูกกรงเหล็กไปอีก 7 ปี

3 พฤษภาคม 2557 วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ตามที่ยูเนสโกได้ประกาศกำหนดไว้ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยคงกระทำเช่นเดียวกับทุกปี คือ การจัดกิจกรรมและออกแถลงการณ์ที่มีเนื้อหาไปทางสนับสนุนการใช้เสรีภาพของสื่อมวลชนโดยไม่คุกคามผู้อื่น และต่อต้านการคุกคามเสรีภาพสื่อมวลชน และก็คงเป็นเช่นเดียวกับอีก 2 ปีที่ผ่านมา ที่ชะตากรรมของสมยศจะไม่ถูกพูดถึง ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาไม่มีนัยแต่อย่างใดต่อสิ่งที่สมาคมฯ เรียกว่า เสรีภาพสื่อมวลชน

สมยศถูกจับในวันที่ 30 เมษายน 2554 ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ   คำร้องขอประกันตัวของเขาถูกปฏิเสธ ศาลชั้นต้นมีคำตัดสินในวันที่ 26 มกราคม 2556 ว่าเขามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พิพากษาลงโทษ จำคุก 10 ปี จากการตีพิมพ์บทความ 2 ชิ้น ที่มีเนื้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในนิตยสาร Voice of Taksin โดยเนื้อหาของบทความนั้นพูดถึงเหตุการณ์ทางเมืองในประวัติศาสตร์ไทย 2 ครั้ง คือ 6 ตุลาคม 2519 และ เหตุการณ์การล้อมปราบทางการเมืองหลังวันพิพากษาให้ยึดทรัพย์ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร โดยบทความ 2 ชิ้นนั้น ใช้ชื่อผู้เขียนว่า “จิตร พลจันทร์”

แม้จะพิสูจน์ได้ชัดเจนว่า สมยศ พฤกษาเกษมสุข ไม่ใช่ “จิตร พลจันทร์” แต่เขาก็ยังคงถูกดำเนินคดี ในฐานะบรรณาธิการ ซึ่งเป็นที่น่ามหัศจรรย์ยิ่งนักที่ข้อหานี้ถูกใช้กับสมยศในปี 2556 เพราะกฎหมายที่ระบุว่าบรรณาธิการต้องรับผิดชอบต่องานเขียนที่ตีพิมพ์นั้น เป็น พ.ร.บ. การพิมพ์ พ.ศ. 2484 ออกในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งถูกยกเลิกไปในปี 2550 ที่ พ.ร.บ. การพิมพ์ ฉบับใหม่ออกมาบังคับใช้ โดยมีเนื้อหาสำคัญอยู่ที่ ความรับผิดชอบในงานเขียนที่ตีพิมพ์เผยแพร่ เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนเท่านั้น ไม่ใช่ของบรรณาธิการและผู้จัดพิมพ์ แล้วเหตุใดสมยศยังคงต้องรับโทษในฐานะบรรณาธิการ โทษที่เขายื่นขอประกันตัวถึง 15 ครั้ง ตลอด 3 ปีของการถูกคุมขัง แต่ไม่ได้เคยได้รับอิสรภาพตามการร้องขอเลย นี่ควรจะเป็นการคุกคามเสรีภาพสื่อมวลชนที่เห็นได้ชัดยิ่ง แต่ก็ไม่ใช่ในสายตาของสมาคมนักข่าวฯ

                สมยศ-เสรีภาพสื่อมวลชน-และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในวงการเดียวกันที่เรียกขานว่าสื่อมวลชน ฐานันดรที่ 4 ของสังคม แต่ทั้ง 3 กลับไม่เดินมาบรรจบกัน ผู้เขียนเคยตั้งคำถามกับตัวเองเล่นๆ ว่า หากกรณีที่เกิดกับสมยศ เนื่องด้วยความผิดข้อหาอื่นที่ไม่ใช่ ม. 112 สมาคมนักข่าวฯ จะรู้สึกว่าเสรีภาพของสื่อมวลชนกำลังถูกคุกคามหรือไม่ หรือหากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคนที่ไม่ใช่สมยศ และสื่อที่ตกเป็นจำเลยไม่ได้มีนัยใดให้เชื่อมโยงกับ ทักษิณ ชินวัตร ได้ สมาคมนักข่าวฯ จะรู้สึกว่าเสรีภาพสื่อมวลชนกำลังถูกคุกคามหรือไม่ 

                บอกตามตรงไม่กล้าหาคำตอบ

                งานเขียนชิ้นนี้ตั้ั้งใจเขียนขึ้นเนื่องในวาระครบรอบ 3 ปี ที่สมยศถูกคุมขัง ผู้เขียนไม่ได้รู้จักกับสมยศเป็นการส่วนตัว และไม่เคยได้อ่านนิตยสาร Voice of Taksin ที่เขาทำ เรื่องราวของสมยศเป็นที่สนใจของผู้เขียนก็เมื่อเขาถูกจับกุม การเลือกที่จะต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมแทนการยอมรับสารภาพเพื่อแลกกับอิสรภาพตามที่่หลายคนรวมถึง สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ แนะนำ รวมถึงคำพูดของเขาที่จะดังก้องไปอีกนานว่า “ผมยอมสูญเสียอิสรภาพ แต่จะไม่ยอมสูญเสียความเป็นคน” ล้วนทำให้รู้สึกว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด คนข่าว คนหนังสือพิมพ์ก็ยังคงถูกท้าทายจากอำนาจต่างๆ ในสังคม และเพื่อให้วิชาชีพแห่งฐานันดรที่ 4 อยู่คู่สังคมอย่างมีคุณภาพ เราต้องการคนอย่างสมยศ คนที่ไม่ยอมแพ้กับความท้าทายจากอำนาจต่างๆ

ขอแสดงความคารวะจิตใจที่แข็งแกร่งของสมยศ พฤกษาเกษมสุข และขอไว้อาลัยเสรีภาพสื่อมวลชนไทย และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ด้วยส่วนหนึ่งของบทกวี “วิญญาณหนังสือพิมพ์” ซึ่ง จิตร ภูมิศักดิ์ ในนาม “กวี ศรีสยาม” จารึกไว้ในหนังสือพิมพ์ประชาธิปไตย เมื่อ 15 สิงหาคม 2507

 

ใครคนหนังสือพิมพ์               ที่ทระนงในนามไทย 

มวลชนย่อมชมใจ                  และชมชื่นในผลงาน  

ใครคนหนังสือพิมพ์               ที่ทรยศอุดมการณ์ 

เสียงแช่งจะยาวนาน             เป็นเดนปากของปวงชน  

ใครคนหนังสือพิมพ์               ที่ทระนงในนามคน 

ชื่อเสียงจะคงทน                    ดั่งรุ้งทาบนภา.....บา !  

ใครคนหนังสือพิมพ์               ที่ขายตัวเพื่อเงินตรา 

จารึกบนหนังหมา                  ประจานนานถึงหลานเหลน  

เกี่ยวกับผู้เขียน  เพ็ญนภา หงษ์ทอง อดีตผู้สื่อข่าวประจำกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ เดอะ เนชั่น ปัจจุบันนักข่าว นักเขียน และนักแปลอิสระ และร่วมงานกับมีเดีย อินไซต์ เอ้าท์ ฐานะบรรณาธิการร่วม